• PERFECT ยุโรป 11วัน เยอรมัน-ฝรั่งเศส-สวิสฯ-ออสเตรีย

  • รหัสทัวร์ : WE-EU10A
  • ราคาเริ่มต้น : 119,900 บาท
  • สถานที่สำคัญ :
  • กำหนดการเดินทาง :
    5-15 ธ.ค. 62

PERFECT ยุโรป 11วัน เยอรมัน-ฝรั่งเศส-สวิสฯ-ออสเตรีย

ทัวร์ยุโรป เที่ยวยุโรป ทัวร์เยอรมัน ออสเตรีย เชค 8วัน สายการบินไทย (TG) ทัวร์กรุ๊ปเล็ก ทัวร์จัดเอง ออกทัวร์เอง ไม่ส่งต่อ

  UNSEEN! หมู่บ้านฝรั่งเศสขนานแท้แคว้นอัลซาส สวยติดอันดับโลก ริคเวียร์ , เออกีเชม และ กอลมาร์
  นั่งรถไฟฟันเฟือง พิชิต ยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe  พร้อมสนุกสนานกับ ลานหิมะ และ ถ้ำน้ำแข็ง
  นั่งรถไฟสาย Appenzeller Bahn เส้นทางสวยมาก พร้อมเที่ยวเมืองแห่งกระดิ่งวัวและชีส Appenzell
  เข้าชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ ปราสาทเทพนิยายอันสุดโรแมนติกแห่งแคว้นบาวาเรีย
  ล่องเรือ ทะเลสาบโคนิก ทะเลสาบที่ใสที่สุดในเยอรมัน และ พาชม ทะเลสาบ Blausee ทะเลสาบมรกตของสวิสฯ
  เที่ยวหมู่บ้านฮัลสตัทท์ Hallstatt มู่บ้านที่สวยที่สุดในโลก เดินเล่นชมเมือง เก็บภาพสวยๆ กับมุมมหาชน
  โรงแรม 4ดาว* น้นในเมือง พักสะดวก เดินเล่นสบาย พิเศษสุด พักใน หมู่บ้านฮัลสตัทท์ Hallstatt 1 คืน

พฤหัสฯ 05 ธ.ค. 62
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
    21.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบิน สุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้า หมายเลข 2 เคาน์เตอร์ D  สายการบินไทย สังเกตุป้ายบริษัท PERFECT PLAN VACATION พบเจ้าหน้าที่ คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
     23.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงแฟรงค์เฟิร์ต โดยเที่ยวบินที่ TG 920


ศุกร์ 06 ธ.ค.62
แฟรงค์เฟิร์ต (เยอรมัน) • ไฮเดลเบิร์ก • ปราสาทไฮเดลเบิร์ก • ชไปเออร์ • ไฟร์บูร์ก
     06.00 น. เดินทางถึง แฟรงค์เฟิร์ต  ประเทศเยอรมัน ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย
จากนั้นเดินทางสู่เมือง ไฮเดลเบิร์ก HEIDELBERG (ระยะทาง 89 กม. / 1.30 ชม.) เป็นเมืองที่แสดงความ เป็นตัวตนของความเป็นเยอรมันโรแมนติกได้ดีที่สุด ตั้งอยู่บนชายป่าโอเดนวาลด์ (ODENWALD MOUNTAIN CHAIN)
ที่ซึ่งแม่น้ำเนคการ์ (NECKAR RIVER) ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำไรน์ (RHINE RIVER) และตัวเมืองตั้งเด่นเป็นตระหง่านอยู่บนเนินริมฝั่งแม่น้ำ ไฮเดลเบิร์กเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ของศิลปะ และสถาปัตยกรรมแบบโกธิคสมัยกลาง และเคยถูกกองทัพฝรั่งเศสบุกเข้าทำลายเมื่อปีค.ศ 1689 และในปีค.ศ 1693 นอกจากนั้นยังเป็นเมืองทางประวัติศาสตร์ของไทยเมืองหนึ่ง เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงประสูติ ณ เมืองนี้ และ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ เคยมาเดินบนเส้นทางนักปราชญ์ของเมืองนี้แล้ว
จากนั้นนำท่านชม ปราสาทไฮเดลเบิร์ก HEIDELBERG CASTLE ซึ่งในอดีตเป็นป้อมปราการ และต่อมาได้ถูกเปลี่ยนแปลงให้เป็นปราสาทเมื่อปีค.ศ 1544 แม้ปราสาทแห่งนี้จะเคยถูกเผาและทำลายไปบ้างในสมัยสงคราม แต่ก็ยังคงสภาพความสวยงามอยู่เหนือแม่น้ำเนคการ์ได้จนกระทั่งถึงทุกวันนี้ อิสระให้ท่านตื่นตาตื่นใจกับความสวยงามของปราสาท พร้อมชมวิวทิวทัศน์ของแม่น้ำและเมืองไฮเดลเบิร์ก ซึ่งถือเป็นสถานที่ชมวิวที่สวยที่สุดที่ท่านไม่ควรพลาด
จากนั้นนำท่านลงจากบริเวณเนินเขาปราสาทสู่ย่านเมืองเก่า นำท่านแวะ บันทึกภาพ โบสถ์พระจิตอันบริสุทธิ์ Churh of Holy Spirit ที่ตั้งอยู่ใจกลางตลาดเมืองเก่า รายล้อมไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร บาร์ และแหล่งช้อปปิ้ง
นำท่าน บันทึกภาพกับอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองแห่งนี้ สะพานเก่า Old Bridge หรือ สะพานคาร์ล ธีโอดอร์ Karl Theodor Bridge อีกหนึ่งจุดชมวิวที่สามารถถ่ายภาพสวยของเมืองเก่าโดยมีปราสาทไฮเดลเบิร์กตั้งอยู่บนเนินเขา 
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางสู่เมือง ชไปเออร์ Speyer (ระยะทาง 33 กม./ 30 นาที) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของรัฐไรน์ลันด์-พฟัลซ์ Rheinland-Pfalz หรือ ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต Rhineland-Palatinate รัฐที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเทือกเขาซีเฟอร์เกเบียร์เก อีกหนึ่งดินแดนของเยอรมนีที่ถูกห้อมล้อมด้วยนิยายปรัมปราอันน่าหลงใหล และเป็นหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเยอรมนีอีกด้วย
นำท่านเดินชม เมืองเก่าบริเวณ ถนน Maximilian สองฝั่งเต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันเก่าแก่และเป็นเอกลักษณ์ ผ่านชม อาคารศาลากลางอันสดใสที่เพิ่งบูรณะใหม่หลังจากโดนไฟไหม้เสียหายในปี ค.ศ. 1689 ก่อนนำท่าน บันทึกภาพ มหาวิหารชเปเยอร์ Speyer Cathedral มหาวิหารเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองชไปเออร์และยังเป็นที่ฝังพระบรมศพของพระมหากษัตริย์เยอรมันและพระจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ 8 พระองค์ ซึ่งต่อมาองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศให้มหาวิหารแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี 1981 อีกฝั่งปลายของถนนจะเป็น ประตูเมืองเก่า Old Gate เป็นประตูเมืองยุคกลางที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในประตูเมืองเก่า ซึ่งเดิมคือ 68 ประตู ปัจจุบันประตูเมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นเป็นหนึ่งในประตูเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุด (55 เมตร) ประตูนี้จะหันหน้าเข้าวิหารชเปเยอร์ ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของถนน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ไฟร์บูร์ก Freiburg (ระยะทาง 182 ก.ม./ 2.45 ชม.) เมืองที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในเขตป่าดำ (Sudschwarzwald) อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้น Baden-Wurttemberg (บาเด็น-เวือร์ทเท็มแบร์ก) ใกล้ชายแดนฝรั่งเศสและสวิสเซอร์แลนด์ นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์แบบป่าดำที่สวยงามแล้ว อากาศดีมีแดดตลอดทั้งปี แถมยังเป็นเมืองเก่าที่ถูกก่อตั้งมาตั้งแต่ค.ศ. 1120
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  Dorint An den Thermen Freiburg – Germany  (หรือเทียบเท่า)


เสาร์ 07 ธ.ค.62 
หมู่บ้านริคเวีย • หมู่บ้านอองกีเซม • กอลมาร์ • บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
วันนี้เป็นวันท่องเที่ยวบรรดาหมู่บ้านฝรั่งเศส ที่ได้รับการขนานนามว่า Les Plus Beaux Villange de France หรือ หมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส ต้นแบบหมู่บ้านฝรั่งเศสของหลายๆ ที่ วันนี้จะเที่ยวสบายๆ วิ่งรถไม่ไกล มีเวลาให้ท่านชมความน่ารักแต่ละหมู่บ้าน 
จากนั้นได้เวลานำท่านสู่เมือง ริคเวีย Riquewihr (ระยะทาง 63 ก.ม./ 1 ชม.) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวย  ที่สุดในฝรั่งเศส และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก Unesco อีกด้วย นำท่าน เดินชม บ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขา ล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน  เม.ย-พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอองกีเชม EGUISHEIM (ระยะทาง 17 ก.ม./ 30 นาที) หมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “อีกหนึ่งหมู่บ้านที่สวยที่สุดของฝรั่งเศส” รวมทั้งเป็นหนึ่งในเส้นทางการชิมไวน์ทางตะวันออกของประเทศ อีกทั้งยังเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของแคว้นอัลซาสอีกด้วย นำท่าน เดินชม ความงดงามไปตามถนนอันคดเคี้ยวของหมู่บ้าน ตื่นตาไปกับความงดงามของเหล่าอาคารบ้านเรือนที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นยุคกลางไว้เป็นอย่างดี ชมความเก่าแก่ของอาคารไม้โบราณที่แต่งแต้มด้วยสีสันสีสดใสและเดิลัดเลาะไปชมหมู่ดอกไม้หลากสีสันที่ออกดอกชูช่อตามระเบียงบ้าน เสมือนกับภาพวาดสีน้ำมันที่สดใส ประดับประดาเมืองโรแมนติกแห่งนี้ได้อย่างดีเยี่ยม 
นำท่านเดินทางสู่เมือง กอลมาร์ Colmar (ระยะทาง 9 ก.ม./ 15 นาที) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกร และช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่งของฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ที่คู่รักมักจะให้คำสัญญาในความรักระหว่างกันและกันด้วยบรรยากาศที่สวยงามสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่จึงทำให้เมืองกอลมาร์เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝันของใครอีกหลายคน
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกราบ้านช่องสวยงามมีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติกจนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเวนิซ” ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน) อิสระท่านเดินพักผ่อน เก็บภาพความสวยงามของเมือง หรือจะเลือกชิลนั่งจิบกาแฟรับแสงแดดสูดอากาศอันสดชื่น ให้สมกับที่ท่านได้มาเยือนเมืองอันโรแมนติกแห่งนี้
นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเซิล Basel (ระยะทาง 84 กม./ 1 ชม.) เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศรองจากซูริค เป็นเมืองหลวงของรัฐบาเซิลชตัดท์ทางด้านเหนือของสวิส บริเวณเชื่อมต่อกับชายแดนฝรั่งเศสและเยอรมัน ทำให้เป็นศูนย์กลางการเดินทางเข้าออก 3 ประเทศนี้ไปโดยปริยาย มีแม่น้ำไรน์ไหลผ่านกลางเมืองแบ่งตัวเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือ Klein Basel (Little Basel) ฝั่งขวา และ Gross Basel (Great Basel) ฝั่งซ้ายและ ณ ตำแหน่งที่ตั้งของบาเซิลในปัจจุบันถือกำเนิดเกิดเป็นชุมชนขึ้นมาเมื่อ 2,000 ปีก่อน โดยชนเผ่าเซลติก ต่อมาถูกชาวโรมันยึดครองจากนั้นก็อยู่ในการปกครองของอาณาจักรแฟรงค์แห่งฝรั่งเศส เบอร์กันดีแห่งเยอรมันและประกาศเข้าร่วมสมาพันธรัฐสวิสในปี ค.ศ. 1501 นำท่านเที่ยวชม จัตุรัสมาร์คพลาสซ์ หรือที่รู้จักในนาม “จัตุรัสตลาด” ตั้งอยู่หน้าศาลาว่าการเมือง (Rathaus) ในวันจันทร์-ศุกร์ จะมีตลาดนัดขายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองจำพวกเนยแข็ง ไส้กรอก   ขนมปัง ผักผลไม้ และไม้ดอกไม้ประดับ โดยเฉพาะเนยแข็งหรือชีสนั้นมีให้เลือกหลายชนิด
จากนั้นนำท่าน  แวะถ่ายรูป ประตูเมือง Spalentor ซึ่งเป็น 1 ใน 3 แห่งของหอคอยตามแนวกำแพงเมืองเก่าที่หลงเหลืออยู่ โดยหอคอยแห่งนี้โดดเด่นด้วยยอดปลายแหลมมุงหลังคากระเบื้องสลับสีลายเขียวเหลืองคร่อมอยู่บน  ถนนและทางรถราง นำท่าน บันทึกภาพ มหาวิหารบาเซิล Basel Munster สร้างครั้งแรกเมื่อปี 1019 มหาวิหารหลังที่เห็นในปัจจุบันเป็นหลังที่ได้รับการซ่อมแซมหลังจากได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวเมื่อปี 1356 ด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ผสมโกธิคจากยุคกลางที่สวยโดดเด่นด้วยผนังทรายสีแดงด้านนอกรวมทั้งกระเบื้องมุมหลังคาสลับสี โดยมีสีเขียวเป็นหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของหลังคาอาคารในเมืองแถบนี้
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  Pullman Hotel Europe Basel – Switzerland  (หรือเทียบเท่า)


อาทิตย์ 08 ธ.ค.62
กรุงเบิร์น ทะเลสาบบลาวซี อินเทอลาเค่น
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทาง ข้ามพรมแดนสู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่า เป็น 1 ในเรื่องภูมิประเทศที่งดงามที่สุด รถโค้ชจะนำท่านเดินทางผ่านเมืองชนบทน้อยใหญ่เข้าสู่บริเวณพรมแดนของสวิส และจะจอดให้ท่านได้กระทำการ ประทับตราศุลกากร Custom Stamp สำหรับท่านที่มีซื้อสินค้าก่อนหน้านี้ และได้ซองภาษี Tax refund จากทางร้านค้ามา (สำหรับสินค้าที่จะซื้อในประเทศสวิส สามารถกระทำที่สนามบินวันสุดท้ายได้) นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น Berne (ระยะทาง 101 กม. / 1.30 ชม.) นครหลวงอันเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสวยงามเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุรักษ์ และประกาศให้เป็น “มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้” ตั้งอยู่เนินเขา ซึ่งที่จุดนี้สามารถชมทิวทัศน์ของตัวเมืองเก่าได้ในมุมกว้าง
จากนั้นเที่ยวชม เบเร็นกราเบ็น หรือ บ่อหมี สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง เดินทางเข้าสู่ย่าน มาร์คกาสเซ ย่านเมืองเก่า ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านบูทีค นำชมอาคาร เก่า อายุ 200-300 ปี เข้าสู่ ถนนครัมกาสเซ Kramgasse เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ นำคณะชม นาฬิกาไซ้ท์ กล็อคเค่น Zytglogge อายุกว่า 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆ ชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา และกรุงเบิร์นยังเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบบลาวซี Blausee (ระยะทาง 54 ก.ม./ 1 ชม.) ทะเลสาบน้ำใสสีเทอควอยซ์ จุดเด่นของทะเลสาบเล็กอันนี้ คือ ความสวยใสถึงขนาดเห็นปลาเทราซ์ของบ่อน้ำแห่งนี้ ทางเอกชนได้เพาะพันธ์ปลาไว้และเปิดให้นักตกปลาได้เข้ามาตกได้
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอลาเค่น Interlaken (ระยะทาง 35 กม./ 45 นาที) ก่อนมีเวลาให้ท่านได้ อิสระเลือกซื้อสินค้าสวิสฯ  อาทิเช่น นาฬิกาแบรนด์เนมชื่อดังมีดพับ, ช็อคโกแลต, กระเป๋า, รองเท้า, แว่นตา นาฬิกาสวิส อาทิ ROLEX, PANERAI, OMEGA, IWC, PATEK PHILLIP  เป็นต้น หรือท่านสามารถเลือกเดินเล่นผ่อนคลายอริยาบทสบายๆ สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นของสวิสให้เต็มปอด
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Hotel Metropole – Switzerland โรงแรมแสนสบายทำเลดีใจกลางเมืองอินเทอลาเค่น สามารถเดินเล่นช้อปปิ้งได้ ร้านค้าส่วนใหญ่ปิด 22.00 น. (หรือเทียบเท่า)


จันทร์ 09 ธ.ค.62
กรินเดอวาลด์ • ยอดเขาจุงเฟรา • ลูเซิร์น
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง กรินเดอวาลด์ (ระยะทาง 19 กม./ 30 นาที) จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวยอดเขาจุงเฟรา ในปี 2001 โดย UNESCO ประกาศให้ยอดเขาจุงเฟราเป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำท่าน สัมผัสกับประสบการณ์นั่งรถไฟฟันเฟือง  ผ่านชม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของ JUNGFRAUBAHN ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น TOP OF EUROPE ระหว่างเส้นทาง นำท่านสู่ยอดเขา แวะชม กลาเซียร์ หรือ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จนถึงสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปบนสถานีปลายทาง จุงฟราวบาห์น 
นำคณะเพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับการเล่นหิมะในลานกว้าง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละเดือน) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป มองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชมถ้ำน้ำแข็ง ที่แกะสลักให้สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย  อิสระให้ท่านได้สนุกสนานและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาจุงเฟรา และไม่ ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ด โดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป
หมายเหตุ  การพิชิตยอดเขาจุงเฟรา เวลาอยู่ข้างบนยอดเขา ท่านอาจจะเหนื่อยและเพลียมากกว่าปกติ ด้วยสภาพ อากาศที่น้อย พยายามอย่าออกแรงเยอะ
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  (บนยอดเขา)
จากนั้น พาท่านลงจากยอดเขาจุงเฟรา แล้วนำท่านนั่งรถโค้ชเข้าสู่ เมืองลูเซิร์น Luzern (ระยะทาง 79 กม./ 1.15 ชม.) ซึ่งเป็นอดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมี ภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่า และ ทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม สำหรับเลี้ยงสัตว์ และเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุด พาท่านชม สิงโตหินแกะสลัก Dying Lion of Lucerne บนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อ ปี ค.ศ.1792
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปตามเส้นทางที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ ผ่านพรมแดนระหว่างประเทศอิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติระว่างทาง ที่ได้ชื่อว่า “สวยที่สุด” ผ่านบรรดาเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยงามหลายแห่ง เพื่อนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอลาเค่น Interlaken (ระยะทาง 216 กม./ 3.15) เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ บรรยากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่ง ขนาบระหว่างเมือง
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  
    ที่พัก Radisson Blu Lucerne – Switzerland โรงแรมสบายๆ ไม่ไกลจากทะเลสาบและตัวเมือง สามารถเดินไปถ่ายรูปกับสะพานไม้หรือทะเลสาบยามค่ำคืนได้  (หรือเทียบเท่า)


อังคาร 10 ธ.ค.62 
แซงค์ กัลเลน  • นั่งรถไฟสาย Appenzeller Bahn หมู่บ้านอัพเพนเซล ฟุสเซ่น (เยอรมัน)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านนั่งรถโค้ชเข้าสู่เมือง แซงค์ กัลเลน St.Gallen (ระยะทาง 147 กม./ 2 ชม.) อีก 1 เมืองสวยของสวิตเซอร์แลนด์ที่มีโบสถ์สไตล์บาร็อค แสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองและมีความสําคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป วิจิตรตระการตาไปด้วยงานศิลปะที่รวบรวมช่างทุกแขนงมาสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นที่มาของงานศิลปะบริสุทธิ์มากมายซึ่งมีต้นกําเนิดมาจากสถานที่แห่งนี้ นอกจากนี้อิทธิพลแบบบาร็อคยังคงเห็นได้เด่นชัดจากอาคารบ้านเรือนที่ตกแต่งด้านหน้าอย่างวิจิตรบรรจง ช่วงเช้ามีเวลาอิสระให้ท่านได้ชมความงดงามขอบ้านเรือนที่เป็นเอกลักษณ์ 
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านสู่สถานีรถไฟ เพื่อนำท่าน นั่งรถไฟสาย Appenzeller Bahn รถไฟเส้นทางชนบทที่เปิดทำการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1904 วิ่งจากเมืองแซงค์กัลป์เลนสู่เมือง อัพเพนเซล Appenzell เมืองแห่งกระดิ่งวัว, ชีส และขนมบีเบอร์ (Biber) รถไฟจะลัดเลาะเข้าสู่เส้นทางสายชนบท ผ่าน ทุ่งหญ้าที่จะเขียวขจีในยามหน้าร้อนและขาวโพลนในฤดูหนาว ผ่าน บ้านเรือนชาเล่ต์แบบสวิสแท้ๆ แสนน่ารัก ถือเป็นอีก 1 เส้นทางรถไฟที่สวยมาก
อิสระให้ท่านได้เดินเล่น ชมความงดงามของเมืองเล็กๆ กลางหุบเขาแสนน่ารักแห่งนี้ บริเวณถนนเมืองเก่าหน้าสถานีรถไฟจะมีร้านต่างๆ อาทิ ร้านขายชีส, ร้านขายขนมบีเบอร์ หรือร้านขายเสื้อผ้าพื้นเมือง ที่เค้าว่ากันว่า เสื้อประจำชาติพื้นเมืองชาวสวิสฯ คิดค้นขึ้นที่เมืองนี้
ากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง ฟุสเซ่น Fussen (ระยะทาง 147 ก.ม. / 2 ช.ม.) เมืองสุดท้ายบนถนนสายโรแมนติก ซึ่งเคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมัน ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้า และซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ ปัจจุบันบรรยากาศตัวเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แสนจะน่ารัก มีร้านอาหาร, โรงแรมที่พัก ร้านขายของ
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  Hotel Hirsch – Germany โรงแรมสไตล์บาวาเรียน ที่ตกแต่งห้องพักหลากหลายสไตล์ ท่านสามารถเดินสู่ย่านเมืองเก่า ที่รายล้อมไปด้วยร้านขายของและร้านกาแฟ มีถนนช๊อปปิ้งเล็กๆ ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่จะปิด 19.00 น. (หรือเทียบเท่า)


พุธ 11 ธ.ค.62
ชวานสเกา • ปราสาทนอยชวานสไตน์ • อินสบรูกก์ (ออสเตรีย) • หลังคาทอง • ย่านเมืองเก่า
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นเดินทางสู่ หมู่บ้านชวานสเกา (ระยะทาง 4 ก.ม./ 15 นาที) นำท่าน ขึ้นชม ปราสาทนอยชวานสไตน์ ของกษัตริย์ลุดวิคที่สองแห่งบาวาเรีย ทรงได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างปราสาท จากความหลงใหลในการแสดงอุปรากร ต่อมาปราสาทนอยชวานสไตน์ ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบฉากบัลเล่ต์และละครอีก    นับร้อยๆ เรื่อง ปราสาทนี้เป็นเหมือนปราสาทในเทพนิยายที่มีมนต์เสน่ห์ที่สุดในโลกและเป็นแบบจำลองให้  “วอลท์ ดิสนีย์” นำไปสร้างเป็นปราสาทของเจ้าหญิงในภาพยนตร์เรื่องเจ้าหญิงนิทรา ปราสาทเทพนิยายนอยชวานสไตน์นี้ตั้งอยู่เหนือโกรกธารขรุขระของแม่น้ำพอลแล็กในเทือกเขาแอลป์ เป็นปราสาททรงเสน่ห์ที่มีมนต์ขลังที่สุดในโลก หอคอยสีงาช้างของปราสาทดูลอยเด่นอยู่กลางป่าสนเขียวขจี กำเนิดขึ้นจากความฝันของพระเจ้าลุดวิคที่ 2 เพียงพระองค์เดียว ผู้ทรงบันดาลให้เป็นจริงด้วยพระราชทรัพย์อันมหาศาล
นำท่านสู่ จุดชมวิวถ่ายรูปปราสาททั้งหลัง แล้วเดินชมความร่มรื่นของแนวป่าสนสู่ตัวปราสาท เข้าชมความวิจิตรพิศดารของตัวปราสาทภายใน ที่พระองค์ทุ่มเทพระราชทรัพย์เพื่อเนรมิตฝันให้เป็นจริง ชมผลงานชิ้นเอกของจิตร กร ประติมากร และช่างแกะไม้ฝีมือเยี่ยม นำชมห้องบัลลังก์ ห้องบรรทม ห้องทรงดนตรีโอเปร่า ถ้ำแห่งวีนัส ท้องพระโรง และห้องครัวที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้น จากนั้นนำกลับสู่เชิงเขา
หมายเหตุ   รถ Shuttle Bus ที่วิ่งรับ-ส่งนักท่องเที่ยวขึ้นลงปราสาท อาจมีหยุดให้บริการในช่วงฤดูหนาวหรือวันหิมะตก หากรถบัสไม่วิ่ง จะเปลี่ยนพาท่านขึ้นโดย นั่งรถม้า (นั่งได้ 8-12 คน และ รวมอยู่ในค่าบริการ เฉพาะขาขึ้นเท่านั้น) ท่านอาจจำเป็นต้องเดินขึ้นปราสาท ในกรณีที่คิวรถม้าค่อนข้างยาวซึ่งอาจมีผลทำให้ไม่ทันรอบเวลาเข้าปราสาท หากท่านไหนสละสิทธิ์ไม่เข้าปราสาท ขอสงวนสิทธิ์ในการคืนเงินทุกรณี (ระยะทางเดินขึ้นเขาใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที)
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง อินสบรูกก์ Innsbruck (ระยะทาง 113 ก.ม./ 1.45 ชม.) หนึ่งในสามเมืองเอกด้านการท่องเที่ยวของประเทศออสเตรีย (อีกสองแห่งคือเวียนนาและซาลส์บวร์ก) ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิน มีลักษณะเป็นที่ราบแคบแทรกตัวอยู่ระหว่างเทือกเขาแอลป์ เดิมทีเมืองนี้เป็นเมืองตากอากาศของจักรพรรดิ แม็กซิมิเลียนแห่งราชวงศ์ฮอฟบวร์ก เนื่องด้วยเพราะสภาพอากาศที่ดีตลอดปี เป็นเหตุให้ผู้ที่ได้เข้ามาปกครองออสเตรียต่างติดใจมาพักผ่อนในเมืองแห่งนี้ อาทิเช่น พระนางมาเรีย เทเรเซีย หรือแม้แต่ นโปเลียน โบนาปาร์ตยังชอบมาพำนักที่เมืองนี้ นำท่านชมย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม 
ชม โกลเด้นรูฟ หรือ หลังคาทองคำ ที่มีชื่อเสียง สัญลักษณ์สำคัญของเมืองเก่าในนครอินซ์บรูค ก่อสร้างเมื่อศตวรรษที่ 15 ด้วยศิลปะสไตล์โกธิกผสมบาโร๊ค โดยส่วนของหลังคาที่ยื่นออกมาจากระเบียงก่อสร้างด้วยทองคำแท้ จำนวน 2,738 แผ่น ปัจจุบันโกลเด้นรูฟถูกใช้เป็นสำนักงานการประชุมอัลไพน์นานาชาติ ก่อนมีเวลา อิสระให้ท่านเดินเล่น ณ ย่านเมืองเก่า ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าต่างๆ บริเวณร้านค้าในเมืองเก่า อาทิ  คริสตัลชวา     รอฟสกี้แท้ๆ ของประเทศออสเตรีย ตัวโรงงานใหญ่ก็ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอินสบรูกก์, ร้านนาฬิกาแบรนด์ชั้นนำต่างๆ, ร้านขายของที่ระลึก และร้านเสื้อผ้าแฟชั่น 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
    ที่พัก  Hotel Sailer – Austria (หรือเทียบเท่า)


พฤหัสฯ 12 ธ.ค.62
เบิร์ทเทสการ์เด้น • ล่องเรือทะเลสาบกษัตริย์  • หมู่บ้านฮัลสตัทท์ Unesco (พัก 1 คืน)
     ช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง เบิร์ชเทสการ์เด้น Berchtesgarden (ระยะทาง 154 ก.ม./ 2.15 ชม.) เมืองแห่งศูนย์กลางของเส้นทางการค้าขายพวกแรเกลือมาตั้งแต่ในสมัยอดีต นำท่าน ล่องเรือชม ทะเลสาบโคนิกส์เซ่ KONIGSSEE LAKE หรือ ทะเลสาบกษัตริย์ Königssee เป็นทะเลสาบในหุบเขาของเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ ทางตอนใต้เมืองเบิร์ชเทสการ์เด้น เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงชัน นอกจากนั้นยังเป็นทะเลสาบที่ใสที่สุด สะอาดที่สุด และอยู่สูงที่สุดในประเทศเยอรมนี ด้วยเหตุนี้เองจึงอนุญาตให้เฉพาะเรือพายและเรือที่ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น สามารถแล่นไปมาในทะเลสาบได้ อิสระท่านชมความงดงามของทิวทัศน์รอบๆ ทะเลสาบ โดยมีวิวของภูเขาเจนเนอร์ (JENNER MOUNTAIN) ภูเขาที่มีความสูงประมาณ 1,874 เมตร และ โบสถ์รูปทรงหัวหอม (St.Bartholomew) อันโด่งดัง จนได้เวลาสมควร นำท่านล่องเรือกลับสู่ฝั่ง 
หมายเหตุ   เรืออาจปิดบริการ หากวันนั้นสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือมีเหตุจำเป็น
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมือง ฮัลสตัท Hallstatt (ระยะทาง 83 ก.ม./ 1.45 ชม.) เมืองมรดกโลกเก่าแก่อายุกว่า 3,000 ปี ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามยิ่ง และดึงดูดนักเดินทางมากมายให้มายังเมืองนี้ เมืองฮัลสตัทท์เป็นเมืองเล็กๆ ริมทะเลสาบมีประชากรอาศัยไม่ถึง 1,000 คน มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงชัน บ้านเรือนในเมืองนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่แคบๆ ริมทะเลสาบ Halls tatter Sea จึงต้องสร้างลดหลั่นเป็นชั้นๆ ตามแนวเขา (หมู่บ้านแห่งนี้มีมุมสวยๆ เยอะมาก นอกจากมุม “มหาชน” ที่นักท่องเที่ยวเดินไปถ่ายรูปกัน แนะนำ ให้ท่านลองเดินหาขึ้นไปทางบริเวณด้านบนของหมู่บ้าน แล้วท่านจะได้เห็นวิวที่แตกต่าง เดินไม่ยาก เข้าตามซอย มีทั้งทางลาด และบันได ขอความกรุณาท่านอย่าส่งเสียงดังเวลาถ่ายรูป เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนชาวบ้านอาศัยอยู่)
หมายเหตุ การเดินเข้าไปยังหมู่บ้านฮัลสตัทท์ ระยะทางเดินประมาณ 650 – 700 เมตร เราจึงขออนุญาตให้ท่านจัดสัมภาระใส่กระเป๋าใบเล็กเพื่อความสะดวกของท่าน รถใหญ่ไม่สามารถเข้าได้ ต้องจอดที่จุดจอดรถด้านหน้าหมู่บ้านที่เดียว ต้องขออภัยในความไม่สะดวก แต่รับรองว่าท่านจะประทับใจกับความสวยของหมู่บ้านแห่งนี้อย่างใกล้ชิดแน่นอน
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Heritage Hotel Hallstatt – Austria ห้องพักของโรงแรมมี 3 ตัวอาคาร และตึกไม่ได้อยู่ติดกัน แต่หากท่านได้เห็นห้องพัก ท่านจะหายเหนื่อยแน่นอน 


ศุกร์ 13 ธ.ค.62
มิวนิค (เยอรมัน) • จตุรัสมาเรียน • ศาลาว่าการเมืองเก่า • ช้อปปิ้ง
     ช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำเดินทางต่อสู่ เมืองมิวนิค MUNICH (ระยะทาง 205 ก.ม./ 2.30 ชม.) นครหลวงแห่งแคว้นบาวาเรีย เมืองที่มีอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม ต้นกำเนิดแห่งงานเทศกาลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ เทศกาลดื่มเบียร์จัดขึ้นทุกปีช่วงปลายเดือนกันยายนและต้นเดือนตุลาคม มีคนกว่า 6 ล้านคนดื่มเบียร์ราว 5 ล้านลิตร
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมเมืองมิวนิค ขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ โรงอุปรากรณ์หรือโอเปร่า พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์  (RESIDENZ PALACE) แล้วนำท่านสู่บริเวณ จตุรัสมาเรียน MARIEN PLATZ ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของมิวนิค เช่น ศาลาว่าการเก่าในรูปแบบศิลปะโกธิค สร้างเมื่อปี ค.ศ.1867-1908 ซึ่งมีหอระฆังอันมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ตั้งอยู่ตัวหอคอย มีความสูงถึง 278 ฟุต, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ย่านที่มีร้านค้าแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงโด่งดังของยุโรป อาทิ หลุยส์ วิตตอง กุซชี่ ปราดา เนสเปรสโซ่ กระเป๋าเดินทาง Rimowa นาฬิกา PATEK PHILIPPE, ROLEX, กระเป๋าแบรนด์ทุกชนิด มีดคนคู่ อีกทั้งห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาเก็ต 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Renaissance Paris La Defence – FRANCE  (หรือเทียบเท่า) 


เสาร์ 14 ธ.ค.62 
สนามบินมิวนิค (เยอรมัน)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
     09.00 น.  เดินทางสู่สนามบิน มิวนิค  พร้อมมีเวลาให้ท่านกระทำภาษีคืน TAX REFUND
     13.35 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 925


อาทิตย์ 15 ธ.ค.62 
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
     06.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ

สำหรับท่านที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบ ทัวร์กรุ๊ปเล็ก l จัดทัวร์เอง ไม่ส่งต่อ l บินตรง ถึงปลายทางเร็วกว่า ไม่เสียเวลา l โรงแรม 4* เน้นทำเลในตัวเมือง สะดวกสบาย l ใช้รถคันใหญ่ 49 ที่นั่ง l อาหารจัดเต็ม เน้นเมนูพื้นเมือง เอเชีย อาหารไทย l ราคาทัวร์สมเหตุสมผล รวมทุกอย่าง เน้นคุณภาพ ไม่เน้นทัวร์ราคาถูก

PERFECT PLAN VACATION เปิดให้จองที่นั่งแล้ว รับจำกัดเพียง 20 ท่าน/กรุ๊ป เท่านั้น! คอนเฟิร์มกรุ๊ปที่ 10 ท่าน ไม่เก็บเงินเพิ่ม! ไม่ลด service! ให้ท่านเดินทางด้วยความสะดวกสบาย ไม่วุ่นวาย ไม่อึดอัด โปรแกรมทัวร์ไม่เร่งรีบ ไม่ชะโงก การันตี!