• ทัวร์ยุโรป อิตาลี (โดโลไมต์) สโลเวเนีย สวิสใต้ 10 วัน พักในโดโลไมต์ 2 คืน เส้นทางสวยมาก

  • รหัสทัวร์ : WE-EU07A
  • ราคาเริ่มต้น : 109,900 บาท
  • สถานที่สำคัญ :
  • กำหนดการเดินทาง :
    1-10 พ.ค. 63

ทัวร์ยุโรป อิตาลี (โดโลไมต์) สโลเวเนีย สวิสใต้ 10 วัน พักในโดโลไมต์ 2 คืน เส้นทางสวยมาก

ทัวร์ยุโรป อิตาลี (โดโลไมต์) สโลเวเนีย สวิสใต้ 10 วัน พักในโดโลไมต์ 2 คืน เส้นทางสวยมาก



ท่องเที่ยวสไตล์ PERFECT PLAN VACATION

จัดทัวร์เอง ออกบบเส้นทางเอง ไม่ส่งต่อ
ทัวร์กรุ๊ปเล็ก รับเพียง 20 ท่าน/กรุ๊ป เท่านั้น!
คอนเฟิร์มกรุ๊ปที่ 10 ท่าน ไม่เก็บเงินเพิ่ม! 
ช้รถบัส 49 ที่นั่ง สะดวกสบาย ไม่อึดอัด  
โปรแกรมไม่อัดแน่น เก็บเมืองสวยครบ ไม่ชะโงก!
บินตรง ถึงเร็วกว่า ไม่เสียเวลา ไม่เหนื่อย
โรงแรม 4-5ดาว เน้นทำเลในเมือง สะดวกสบาย
เมนูอาหารเน้นพื้นเมืองเป็นหลัก แทรกเอเชีย ไทย ตามความเหมาะสมของเส้นทาง
ราคาตามคุณภาพ รวมทุกอย่างแล้ว (visa+ทิปไกด์+ทิปคนขับรถ) ไม่เก็บยิบย่อย
พิเศษ! 1  เลี้ยงดริ้งค์ ท่านละ 1 ดริ้งค์ มื้อเย็นทุกวัน (soft drink, wine, beer)
พิเศษ! 2  แจกน้ำดื่มวันละ 1 ขวด
พิเศษ! 3  แจก Adapter ท่านละ 1 ตัว 
พิเศษ! 4  แจกซิมยุโรป เล่นเนตไม่จำกัด 5G 

ไฮไลท์เส้นทางทัวร์

เน้นสถานที่ใหม่ๆ สวยๆ โปรแกรมไม่ซ้ำใคร + พักในอุทยานโดโลไมต์ 2 คืน
เที่ยวออสเตรียตอนใต้ ชมเมือง กราซ UNESCO เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศที่รักษาสภาพความสวยไว้ได้อย่างดีเยี่ยม 
พักริมทะเลสาบ เบลด หนึ่งในทะเลสาบที่ “สวยที่สุดในยุโรป” พร้อม ล่องเรือชมวิวทะเลสาบยามเช้า ห้ามพลาด!!
เจาะครบสโลเวเนีย แวะเมืองหลวงแสนสวย ลุบเบลียน่า + เข้าชมถ้ำที่ “สวยที่สุดในยุโรป” ถ้ำโพสทอยน่า ห้ามพลาด!!
 เยือนเกาะใหม่ในเวนิส เกาะบูราโน่ ชมบ้านเรือนสีลูกกวาดสลับกับลำคลองอันเป็นเอกลักษณ์ NEW !!
เจาะลึกอุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ บนเส้นทาง The great Dolomite road + พักเมืองสวยในอุทยาน 2 คืน ห้ามพลาด!!
นั่งรถไฟชมวิว เส้นทาง “สวยที่สุดในโลก” รถไฟสาย Bernina Express เส้นทางเก่าแก่มรดกโลก ห้ามพลาด!!
เยือนหุบเขาลำธารมรกต Verzasca เดินเล่นใน หมู่บ้านหิน Sonogno ชม แม่น้ำสีมรกต กับสะพานโบราณ UNSEEN
ล่องทะเลสาบ มัจจิออเร่ แวะเที่ยว เกาะกลางน้ำ Isola Bella ชมปราสาทวิลล่าที่จัดแต่งสวนได้สวยมาก NEW
ปิดท้ายด้วยการช้อปปิ้ง ณ เมือง มิลาน สวรรค์ของนักช้อป เก็บตกของฝากและสินค้าแฟชั่นมากมายก่อนกลับบ้าน
อาหารเน้นเมนูพื้นเมือง ไปถึงถิ่นต้องได้ชิม แต่จะสอดแทรก อาหารเอเชีย และ ไทย ให้ท่านหายคิดถึง

ศุกร์ 01 พ.ค. 63
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
     21.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 2-3 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG)  สังเกตุป้ายบริษัท PERFECT PLAN VACATION พบเจ้าหน้าที่ คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง


เสาร์ 02 พ.ค. 63
เวียนนา (ออสเตรีย) • กราซ • ชมเมืองกราซ • เบลด (สโลเวเนีย) • เดินเล่นชมทะเลสาบ
     01.20 นออกเดินทางสู่ สนามบินเวียนนา  โดยเที่ยวบินที่ TG936
     07.15 น.  เดินทางถึง นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง กราซ Graz (ระยะทาง 205 กม./ 2.30 ชม.) เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศออสเตรีย เป็นเมืองที่ได้รับยกย่องในเรื่องของการดูแลรักษาสภาพเมืองเก่าให้เข้ากับการท่องเที่ยวได้อย่างดีเยี่ยม (ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามโลกมากนัก) ใจกลางเมืองมีภูเขาสูงเด่นชื่อ The Schlossberg หรือ “ขุนเขาปราสาท” เป็นสัญลักษณ์ของเมือง ทำให้เมืองนี้ ได้รับมรดกโลกจาก UNESCO เมื่อปี 1999
นำท่าน ชมเมืองกราซ ซึ่งท่านจะได้ชมความสวยงามของเมืองหลากหลายยุคสมัยรวมถึงสิ่งก่อสร้างแบบโมเดิร์นได้ถูกสร้างขึ้นมา ชม มูรินเซล Murinsel เกาะกลางแม่น้ำมูร์ที่สร้างด้วยโครงสร้างกระจกแบบโมเดิร์นรูปร่างหน้าตาคล้ายเต่า มีสะพานคนเดินเชื่อมกันระหว่าง 2 ฝั่ง ภายในเป็นร้านอาหารขนาดเล็กและลานนั่งไว้พักผ่อนหย่อนใจ 
ใกล้กันมี อาคาร Kunsthaus หรือ อาคารศิลปะสมัยใหม่ ที่มีฉายาว่า Alien เพราะด้วยรูปร่างของอาคารภายนอกซึ่งแปลกอย่างสวยงาม จากนั้น พาท่านเดินยืดเส้นชมบรรยากาศของเมืองเก่า ที่มีทั้ง โบสถ์, อาคารบ้านเรือน และพิพิธภัณฑ์ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมหลากยุค
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นเดินทางต่อสู่ เบลด Bled (ระยะทาง 220 ก.ม. / 3.15 ชม.)  ประเทศ สโลเวเนีย เมืองแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ ด้วยบรรยากาศอันสุดยอดของเมืองเบลดที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบสีมรกตโอบล้อมไปด้วยขุนเขาแอลป์ กลางทะเลสาบมีโบสถ์ตั้งอยู่บนเกาะกลางน้ำ ทำให้ภาพวิวของ “เบลด” ที่  ท่านจะได้เห็นดั่งกับว่าหลุดออกมาจากในเทพนิยาย เลยทำให้เมืองนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองรีสอร์ทตากอากาศอันดับต้นของยุโรป
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Hotel Park  หรือเทียบเท่า


อาทิตย์ 03 พ.ค. 63
ล่องเรือทะเลสาบเบลด • ลุบเบลียน่า • สะพานมังกร • ถ้ำโพสทอยน่า • เวนิซ เมสเตร้ (อิตาลี) 
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่าน ล่องเรือ ทะเลสาบเบลด ** รับอรุณบรรยากาศยามเช้า ** ซึ่งเป็นทะเลสาบที่มีความสวยงาม เรือจะล่องผ่าน ปราสาทเบลด Bled Castle ที่ตั้งอยู่บนริมผาติดทะเลสาบ ถือเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่จักรพรรดิ์เฮนริคที่ 2 แห่งเยอรมันยกให้เป็นสถานที่พักของ บิชอปอัลเบี่ยมแห่งบริเซน Bishop Albium of Brixen ในปี ค.ศ.1004 เรือจะล่องผ่านเกาะกลางทะเลสาบอันเป็นที่ตั้งของโบสถ์ประจำเมืองอันศักดิ์สิทธิ์ เล่ากันว่า “หากคู่สมรสคู่ใดได้มาโยก ระฆังในโบสถ์จะมีชีวิตคู่ยืนยาว” โดยเจ้าบ่าวจะต้องอุ้มเจ้าสาวขึ้นบันไดมาจากท่าเรือจนถึงประตูโบสถ์ บันทึกภาพสวยบนเรือ สูดอากาศยามเช้าให้เต็มปอดเติมพลังให้กับการท่องเที่ยวพักผ่อนของท่านในครั้งนี้ หลังจากล่องเรือ มีเวลาให้ท่านได้เดินเล่นเก็บภาพบรรยากาศริมทะเลสาบ
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางต่อสู่เมือง ลุบเบลียน่า Ljubljana (ระยะทาง 54 ก.ม. / 1 ชม.) เมืองหลวงของประเทศสโลเวเนีย แม้จะเป็นเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่ดั่งเมืองหลวงอื่นๆ ของยุโรป แต่ที่แน่ๆ ท่านจะได้เห็นบรรยากาศอันงดงามและเรียบง่าย สถาปัตยกรรมแบบบาโรคอันงดงามทั่วเมือง นำท่าน เดินชมเมืองและบันทึกภาพ โบสถ์ประจำเมือง อันงดงาม 
เดินต่อสู่ จัตุรัสที่เป็นจุดศูนย์รวมของเมือง ท่านจะได้ชมความสวยงามของสะพาน 3 สะพานที่เชื่อมต่อเมืองเข้าด้วยกัน ถ่ายรูป  สะพานมังกร Dragon Bridge อันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงลุบเบลยีน่า ก่อนมีเวลา อิสระให้ท่านเดินชมบรรยากาศ จตุรัสพรีเซอร์เรนส์ Preseren Square ที่ตั้งชื่อตามกวีเอกแห่งสโลเวเนียผู้ประพันธ์บทเพลงชาติสโลเวเนียตามอัธยาศัย
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ ถ้ำโพสทอยน่า POSTOJNA (ระยะทาง 54 ก.ม./ 45 นาที) เพื่อนำท่าน เข้าชมถ้ำโพสทอยน่า เริ่มต้นโดยการ นั่งรถรางไฟฟ้า ของทางถ้ำ (15-20 นาที) เพื่อนำท่านเข้าสู่ด้านในของถ้ำ ต่อด้วย เดินชมถ้ำ ซึ่งถือว่าเป็นถ้ำที่สวยที่สุดในยุโรป อายุเก่าแก่กว่า 2 ล้านปีและมี  ความยาวภายในถ้ำถึง 27 กิโลเมตร ท่านจะเดินผ่านลำธารและเขื่อนเก็บน้ำใต้ดินภายในถ้ำ เดินผ่านหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปทรงสีสันสวยงามแปลกตา มีห้องต่างๆ ภายในถ้ำมากมายลดหลั่นเป็นชั้นๆ ราวกับเนรมิตขึ้นมาจากสวรรค์ (ระยะทางเดินประมาณ 2-3  กิโลเมตร)
นอกจากนี้ท่านจะได้ชมความแปลกของ ปลามนุษย์ Human Fish ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกมากกว่า 10 ล้านคนมาเยือนถ้ำแห่งนี้ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย **อุณหภูมิในถ้ำเฉลี่ย 9 องศาเซลเซียส ควรสวมเสื้อคลุมกันหนาวเข้าไปด้วย**  สมควรแก่เวลานำท่าน เดินทางข้ามพรมแดน สู่เมือง เวนิซ Venice (ระยะทาง 188 ก.ม./ 2.45 ชม.) ประเทศอิตาลี เมืองแห่งลำคลองและสะพานอันโด่งดัง
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Leonarda Royal Hotel Venice Mestre  หรือเทียบเท่า


จันทร์ 04 พ.ค. 63
ล่องเรือ • เกาะบูราโน่ • ชมบ้านสีลูกกวาด • เกาะเวนิส • จตุรัสเซนต์มาร์ค • คอร์ตินาร์ (อุทยานแห่งชาติโดโลไมต์) 
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ ตรอนเคตโต้ Tronchetto Pier เพื่อ ล่องเรือ สู่ เกาะบูราโน่ Burano Island เกาะที่มีบ้านสีลูกกวาดหลากสีสัน “สวรรค์ของนักถ่ายภาพ” ซึ่งเกาะนี้อยู่ห่างจากเกาะเวนิซไปทางเหนือนั่งเรือประมาณ 40 นาที มีชื่อเสียงในเรื่องของการทำงานหัตถกรรมผ้าลูกไม้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เหนือสิ่งอื่นใดคือบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายตามลำคลองอย่างเป็นเอกลักษณ์ หากท่านเป็นผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพวิวของเกาะบูราโน่นี้เหมาะสมแก่การเก็บไว้ในเมมโมรี่ของท่านอย่างยิ่ง อิสระท่านเดินชมบรรยากาศของบ้านเรือน หรือเดินเลือกชมงานฝีมือพื้นเมืองและของที่ระลึก
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านล่องเรือสู่ เกาะเวนิซ Venice Island เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่า “โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง จนกระทั่งเรือนำท่านเข้าสู่ เกาะซานมาร์โค San Marco ศูนย์กลางของนครเวนิซ เดินผ่านชม สะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge’s Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการปกครองแค้วนในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค Piazza di San Marco เป็นที่ตั้งของ พระราชวังเดิม หรือ Doge Palace นครเวนิสในอดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเมื่อครั้งทำการค้ากับตะวันออกไกล ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามแบบไบแซนไทน์ ณ มหาวิหารเซนต์มาร์ค, หอระฆัง, เสาแห่งนักบุญ, อาคารรายระเบียงที่แม้แต่นโปเลียนยังหลงใหล
จากนั้นมีเวลา อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเกาะ อันแสนโรแมนติก หรือ ท่านสามารถช้อปปิ้งสินค้าของเมือง อาทิ ผ้าลูกไม้, เครื่องแก้วมูราโน่ สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Gucci, Channel, Prada, Louis Vitton ฯลฯ หรือจิบกาแฟในร้าน Cafe Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 ท่ามกลางบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติก
จนกระทั่งสมควรแก่เวลานำท่าน ล่องเรือกลับสู่ฝั่งเมสเตร้ แล้วนำท่านเดินทางสู่ตอนเหนือของแคว้นเวเนโต้ ที่เต็มไปด้วยขุนเขาแสนยิ่งใหญ่ เพื่อเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ Dolomite National Park อันเต็มไปด้วยธรรมชาติงดงามสุดบรรยาย ถือเป็น 1 สถานที่ไฮไลท์ของรายการนี้ที่ต้องมาสัมผัสให้ได้ อุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ หรือ โดโลมิเต้ เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ กินเขตแดนของจังหวัดทางตอนเหนือถึง 5 จังหวัด เต็มไปด้วยเขาหิน Pale Mountain ที่มียอดเขารูปทรงแปลกตา บางยอดเป็นยอดแหลมคล้ายเลื่อย บางยอดเป็นทรงหอคอย บางยอดเป็นซี่คล้ายฟันปลา ถือเป็นลักษณะเฉพาะของยอดเขาในโดโลไมต์ ทำให้ องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนอุทยานแห่งนี้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 1999 และถือเป็นอุทยานแห่งเดียวในอิตาลีที่ได้รับมรดกโลก รถจะลัดเลาะผ่านโตรกซอกเขาและทุ่งหญ้า
เข้าสู่เมือง คอร์ติน่า ดอมปาสโซ่ CORTINA D’AMPEZZO (ระยะทาง 148 ก.ม. / 1.50 ชม.) เมืองสกีรีสอร์ท ที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทือกเขาโดโลไมท์ เป็นเมืองเพียงแห่งเดียวของอิตาลีที่ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 10 สกีรีสอร์ทที่ดีที่สุดในโลก เคยใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวในปี 1956 และเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ 007 ตอน For Your Eye Only เมืองนี้อยู่สูงจากน้ำทะเล 1,219 เมตร ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งเทือกเขาโดโลไมท์” นอกจากเป็นเมืองสกีรีสอร์ทในช่วงฤดูหนาวแล้ว ในหน้าร้อนก็ถือเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยมที่บรรดานักท่องเที่ยวนิยมมาทำกิจกรรมหน้าร้อนไม่ว่าจะเป็น ปีนเขา ปั่นจักรยาน หรือ Hiking
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Hotel Ambra  หรือเทียบเท่า


อังคาร 05 พ.ค. 63
เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ (แบบเต็มวัน) • ทะเลสาบมิซูริน่า 
ทะเลสาบเบรียส • ออร์ทิเซ่ นั่งกระเช้าชมวิวบนเนินเขา ALPE DI SIUSI • โบลซาโน่
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
เริ่มต้นเช้าวันใหม่กับการเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติโดโลไมต์ ลัดเลาะผ่านเส้นทางที่เรียกว่า “The Great Dolomite road” สำรวจธรรมชาติแสนสวยของขุนเขาและทุ่งหญ้า
เริ่มต้นด้วยการนำท่านสู่ ทะเลสาบมิซูริน่า Misurina Lake (ระยะทาง 27 ก.ม. / 40 นาที) ทะเลสาบแสนสวยที่โอบล้อมซ้อนเร้นอยู่ในขุนเขา และเป็นที่ตั้งของบรรดารีสอร์ทแอนด์สปาบำบัดโรคหลาย 10 แห่ง น้ำทะเลสาบสีสันสดสวยมีฉากหลังเป็นเทือกเขางดงามมาก อิสระท่านเดินเล่นชมวิวทะเสสาบยามเช้า พร้อมบริหารปอดด้วยอากาศบริสุทธิ์
จากนั้นเดินทางต่อสู่ ทะเลสาบเบรียส Braies (ระยะทาง 36 ก.ม. / 50 นาที) อยู่ในเขต Fanes Sennes Braies เขตป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเทือกเขาโดโลไมท์ ซึ่งว่ากันว่า ที่นี่เป็นทะเลสาบแบบธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานโดโลไมต์ ตามตำนานเล่าว่า มีชนเผ่าเร่ร่อนได้มาขุดค้นหาของมีค่า  บริเวณดินแดนแห่งนี้และได้ค้นพบทองคำและหินสีแสนสวยมากมาย พวกชาวบ้านที่อาศัยอยู่ได้รู้จึงเกิดความอิจฉาริษยาจึงคิดที่จะขโมยของมีค่าเหล่านั้น แต่ชาวบ้านก็ทำไม่สำเร็จเพราะว่าชนเผ่าแร่  ร่อนนั้นได้ขุดฝังสมบัติไว้จนเกิดตาน้ำที่ให้กำเนิดน้ำแร่ใต้ดินพวยพุ่งขึ้นมาจนกลายเป็นทะเลสาบ   เบรียส อิสระท่านถ่ายรูป ชื่นชมความงามและเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย
จากนั้นเดินทางต่อสู่เมือง ออร์ติเซ่ Ortisei (ระยะทาง 94 ก.ม. / 1.10 ชม.) เมืองแห่งศูนย์กลางของ การท่องเที่ยวในแถบอุทยานโดโลไมท์ มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงาม อิสระให้ท่านพักผ่อนเพลิดเพลินกับอากาศอันบริสุทธิ์ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน นั่งกระเช้า ขึ้นสู่ เนินเขา ALPE DI SIUSI ท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์ทุ่งหญ้าบนภูเขาที่ได้ขึ้น  ชื่อว่า “กว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป” สัมผัสความงดงามอันแปลกตาของบรรดาเทือกเขาโดโลไมท์จากมุมสูงรอบด้าน ชมทัศนียภาพอันยิ่งใหญ่ของหุบเขาโตรกผา โดยมีเทือกเขา SASOLUNGO MOUNTAIN RANGE ที่มีรูปทรงประหลาดยอดเขาแหลมชันเป็นจุดเด่น 
** หมายเหตุ ** หากสภาพอากาศไม่อำนวยหรือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถขึ้นได้ทาง บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการขึ้นนั่งกระเช้าเพื่อความปลอดภัย
อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปตามอัธยาศัย มีเวลาเก็บภาพสวยแบบคุ้มค่า จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงสู่ด้านล่าง
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง โบลซาโน BOLZANO (ระยะทาง 43 ก.ม. / 45 นาที) เมืองหลวงของภูมิภาคทิโรลใต้ South Tyrol ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เนินเขา ทุ่งหญ้า ไร่องุ่น และเทือกเขา Dolomites ทำให้เมืองนี้เหมาะกับการพักผ่อนอย่างยิ่ง เมืองโบลซาโน่มีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อครั้งที่ NATIONAL GEOGRAPHIC ไปถ่ายทำสารคดี และค้นพบซากมนุษย์ที่ฝั่งอยู่ใต้หิมะบนยอดเขาสูงในแคว้นทีโรลของออสเตรีย แล้วนำร่างนั้นมาไว้ที่เมืองโบลซาโน่ เรียกกันว่า “มนุษย์หิมะแห่งโบลซาโน่” ดังเป็นข่าวไปทั่วโลก นำท่าน เดินชมเมืองเก่า ชมวิหาร Duomo, โบสถ์ Chiesa dei Domenican และ อนุสาวรีย์ที่จัตุรัสกลางเมือง Piazza delle Erbe, แถบถนนคนเดิน Piazza Walther และ ย่านช้อปปิ้งโบลซาโน อิสระท่านเดินเล่นชมเมือง หรือ ช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกท้องถิ่น หรือจะเลือกร้านบรรยากาศดีๆ นั่งดื่มกาแฟหอมๆ ปล่อยใจไปกับความสวยงามของเมืองแห่งนี้
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  PARK HOTEL LUNA MONDSCHEIN  หรือเทียบเท่า


พุธ 06 พ.ค. 63
ทิราโน่ • นั่งรถไฟ Bernina Express (เส้นทางสวยที่สุดในโลก) • เซนต์มอริทซ์ (สวิตเซอร์แลนด์)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านออกเดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติ ผ่านเขตป่าสงวน Monte Corno ผ่านไร่นาและหมู่บ้านตามหุบเขา เข้าสู่เมือง ทิราโน่ Tirano (ระยะทาง 176 ก.ม. / 3.00 ชม.) เมืองที่ตั้งอยู่ใกล้พรมแดนระหว่างประเทศอิตาลี ละสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในจังหวัดซอนดริโอ้ในอิตาลีทางตอนเหนือ ถือเป็นอีก 1 เมืองสวยในเส้นทางที่มีบรรยากาศบ้านเรือนผสมผสานระหว่างอิตาลีกับสวิตเซอร์แลนด์ หากมีเวลา อิสระให้ท่านได้ลองเดินเล่นชมบรรยากาศของเมืองน่ารักนี้ ท่านสามารถหาซื้อของพื้นเมืองประเทศอิตาลีได้ในราคาย่อมเยา อาทิ ไวน์ขาว, ไวน์แดง, น้ำมันมะกอก, เนยแข็ง, ขนมพื้นเมือง ฯลฯ
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำคณะสู่ สถานีรถไฟในเมืองทิราโน่ เพื่อนำท่านเปิดประสบการณ์ นั่งรถไฟสายโรแมนติกบอร์นิน่าเอกซ์ เพรส Bernina Express ซึ่งเป็น 1 ในรถไฟชมวิวที่ได้ชื่อว่า “สวยที่สุดและเก่าที่สุด” ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชมบรรยากาศทิวทัศน์ที่สวยงามจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “มรดกโลก UNESCO” ซึ่งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศ อันโรแมนติกของแถบพุสซลาฟ (Puschlav) และระหว่างทางท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ของป่าอันสวยงามในบริเวณหุบ เขาอัลบุล่า (Albula) และสะพานต่างๆ ที่อยู่บริเวณป่าอันสวยงาม โดยเฉพาะสะพาน โค้งวงกลมที่ Brusio มี ชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก รถไฟจะแล่นผ่านธารกลาเซีย ข้ามเทือกเขาแอลป์ไต่ระดับขึ้นไปที่ความสูงถึง 2,253 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลเข้าสู่ช่องเขาเบอร์นิน่า ถือเป็นเส้นสายรถไฟที่วิวทิวทัศน์สวยที่สุดในโลก และว่ากันว่า “หากได้นั่งรถไฟสายนี้แล้วไม่ต้องไปนั่งรถไฟชมวิวที่ไหนอีกเลย”
จนกระทั่งเดินทางสู่ สถานีปลายทาง  เมืองเซนต์มอริทซ์ St.Moritz เมืองสกีรีสอร์ทชื่อดังของโลกที่บรรดาเศรษฐีและเซเลบริตี้ผู้มีชื่อเสียงระดับโลกมากมายที่นิยมไปท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว เพราะที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับนักสกี และกีฬาฤดูหนาวอื่นๆ มากมาย เมือง St. Moritz เคยได้รับเลือกให้เป็นที่จัดกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวถึงสองครั้งในปี ค.ศ.1928 และ ค.ศ.1948  
** หมายเหตุ ** ในกรณีที่รถไฟเบอร์นิน่าเกิดเหตุขัดข้อง ซ่อมบำรุง หรือไม่วิ่งด้วยกรณีใดๆ ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนไปนั่งรถไฟแบบ Reginal Train ที่นั่งชั้น 1 First Class ที่มีกระจกหลังคาสูงชมวิวเหมือนกัน วิ่งในเส้นทางเดียวกันและใช้เวลาพอๆกัน ซึ่งทางบริษัทฯเป็นผู้ดำเนินการให้เนื่องจากมีราคาที่สูงกว่ารถไฟเบอร์นิน่าชั้นปกติ
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Hotel San Gian หรือเทียบเท่า


พฤหัสฯ 07 พ.ค. 63
เบลินโซน่า • หุบเขาแม่น้ำสีมรกต • หมู่บ้านหิน Sonogno (อันซีน) • สะพานหินโบราณ Ponte del salti (อันซีน) • ลูกาโน่
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ริ่มต้นวันใหม่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการเดินทางสู่เมืองสวยที่น้อยทัวร์นักจะได้เยี่ยมเยือน นำท่านเดินทางลัดเลาะเทือกเขาแนวตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านธรรมชาติงดงามราวกับสวรรค์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์จนกระทั่งเข้าสู่เมือง เบลินโซน่า Bellinzona (ระยะทาง 152 กม./ 2.30 ชม.) อีก 1 เมืองสวย Unseen ในสวิสฯ เมืองหลวงแห่งแคว้นทิชิโน่ ตัวเมืองสร้างขึ้นสมัย ค.ศ. 1 ในยุคพวกโรมันปกครอง ได้รับขนานนามว่า “เมืองแห่งปราสาท 3 หลัง” เก่าแก่และมีสเน่ห์มาก นอกจากตัวปราสาททั้ง 3 หลังที่รายล้อมแล้ว เมืองนี้ยังมีกำแพงเมืองเก่าและเนินดินซึ่งสามารถเดินเล่นชมวิวด้านบนได้สบาย และด้วยความเก่าแก่และสวยงามนี้ ทำให้ องค์การยูเนสโก้ UNESCO ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2000
นำท่าน เดินเล่นชมเมือง โดยเริ่มจาก จตุรัสใหญ่หน้าปราสาทใหญ่ Porta del Sole ลานกว้างอันมีปราสาทใหญ่ Castelgrande เป็นฉากหลัง เดินต่อสู่ จตุรัส La Collegiata หน้าโบสถ์ซานตามาเรีย เดลลา กราเซีย รายล้อมไปอาคารสถาปัตยากรรมสวยงามซึ่งเป็นทั้งร้านค้า ร้านกาแฟ อิสระท่านเดินเล่นตามอัธยาศัย หามุมถ่ายรูปเก๋ๆ หรือ จะนั่งจิบกาแฟก็ได้บรรยากาศ
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายวันนี้พาท่านชม 2 สถานที่ Unseen ของสวิตเซอร์แลนด์ทางใต้ของแคว้นทิชิโน่ นั่นก็คือ หมู่บ้านหิน Sonogno และ สะพานหิน Ponte del salti ที่น้อยทัวร์และนักท่องเที่ยวยังไปเยี่ยมเยือนกันไม่เยอะ อาจเพราะด้วยที่ตั้งที่หลบอยู่ปลายสุดของหุบเขา Verzasca valley หรือ หุบเขาลำธารสีมรกต และมีถนนสัญจรแค่ 2 เลน ทำให้รถใหญ่เข้าไปไม่ได้ แต่ต้องบอกเลยว่า “คุ้มค่าที่ไปเยือน” โดยจะนำท่านเปลี่ยนเป็นรถมินิบัสที่ใช้วิ่งในเส้นทางนี้โดยเฉพาะ ** สัมภาระต่างๆ ให้ไว้บนรถใหญ่ของคณะ นำติดมาแต่ของใช้จำเป็น และทรัพย์สินมีค่า ส่วนรถใหญ่จะจอดรออยู่ที่เมืองเบลินโซน่า ** หลังจากนั้นรถมินิบัสจะนำท่านเดินทางเข้าสู่บริเวณ ซอกเขา Verzasca valley ถนนจะลัดเลาะผ่าน “ลำธารสีเขียวมรกต” ได้รับการขนานนามให้ว่าเป็นหนึ่งในลำธารที่ “สีสวยที่สุดในโลก” แต่น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยในน้ำได้ เนื่องจากน้ำค่อนข้างที่จะเป็นกรดสูง นอกจากนั้นวิวของธารน้ำยังขนาบด้วยโขดหินสีเทาอ่อนเรียงราย สีของโขดหินเหล่านี้ตัดกับน้ำสีมรกตได้อย่างงดงามและลงตัว ถือเป็นจุดเด่นของลำธารเฉพาะใน Verzasca valley เท่านั้นที่หาดูได้
จากนั้นรถมินิบัสจะพาท่านสู่ จุดหมายปลายทางแรก คือ หมู่บ้านหิน Sonogno (ระยะทาง 40 กม./ 1 ชม.) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ปลายสุดของหุบเขาเวอร์ซาสก้า ได้รับการยกย่องว่าเป็น “หมู่บ้านที่สวยที่สุดของแคว้นทิชิโน่” บ้านและถนนสร้างด้วยหินทั้งหมด ภายนอกหน้าต่างประดับประดาด้วยดอกไม้หลากสีสัน มีทุ่งหญ้า ลำธารและโอบล้อมด้วยหุบเขา ทำให้หมู่บ้านนี้มีสเน่ห์อย่างมาก นอกจากยังมีเส้นทางเดินเขาที่เป็นที่นิยมของนักเดินเขา Hiking มีน้ำตก La froda เป็นต้นสายของลำธารมรกตใน Verzasca อยู่ด้านหลังหมู่บ้าน (เดินจากหมู่บ้านไปประมาณ 8 นาที) อิสระท่านเดินชมความงดงามของหมู่บ้าน ซึ่งมีร้านหัตถกรรมพื้นเมือง, ร้านขายของที่ระลึก, ร้านอาหาร และโรงแรมเล็กๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว ให้เวลาท่านบันทึกภาพตามอัธยาศัย เก็บความประทับใจของหมู่บ้านในหุบเขาแห่งนี้ ซึ่งหาโอกาสยากนักจะได้มาเยือน
จากนั้นนำท่านนั่งรถเดินทางต่อสู่ หมู่บ้าน Lavertezzo (ระยะทาง 26 กม./ 30 นาที) ซึ่งไฮไลท์อยู่ที่ สะพานหิน Ponte dei Salti สะพานหินโค้งโบราณอายุกว่า 400 ปี ทอดข้ามธารน้ำสีมรกตสวยใส ถือเป็น 1 ในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะถ่ายรูปมากที่สุดใน  หุบเขาเวอร์ซาสก้า ท่านสามารถเดินลงไปใกล้ริมลำธารสวยใสเพื่อบันทึกภาพกับสะพานโค้งและน้ำสีมรกตได้อย่างใกล้ชิด ** โปรดระวังลื่น ** อิสระท่านบันทึกภาพอย่างเต็มอิ่ม หากมีเวลา ท่านสามารถเดินข้ามสะพานไป ถ่ายรูปกับ หมู่บ้าน Lavertezzo ซึ่งสร้างด้วยหินเช่นเดียวกับหมู่บ้าน Sonogno ** หมายเหตุ ** ปริมาณน้ำหรือสีของน้ำในแม่น้ำ ขึ้นอยู่กับธรรมชาติและสภาพอากาศในช่วงนั้น
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่เมือง เบลินโซน่า เปลี่ยนกลับไปขึ้นรถบัสคันเดิมของคณะ แล้วออกเดินทางต่อสู่ ลูกาโน่ Lugano (ระยะทาง 35 กม./ 40 นาที) เมืองริมทะเลสาบแสนสวยของสวิสใต้ 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Hotel De la Paix  หรือเทียบเท่า


ศุกร์ 08 พ.ค. 63
สเตรซ่า (อิตาลี) • ทะเลสาบมัจจิออเร่ • ล่องเรือสู่เกาะ Isola Bella 
 เข้าชม Palazzo Borromeo • มิลาน • ช้อปปิ้ง
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่าน เดินทางข้ามพรมแดนกลับสู่ประเทศอิตาลี (ถ้าหากท่านมีซื้อสินค้าในสวิสเกิน 300 CHF และทางร้านออกเอกสาร Tax Refund จะต้องแวะประทับตราที่ด่านพรมแดน สำหรับสินค้าของประเทศอื่นๆ ก่อนหน้า สามารถทำที่สนามบินได้ปกติ) โดยใช้เส้นทางลัดเลาะทางทะเลสาบมัจจิออเร่ Lake Maggiore ทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศอิตาลี ผ่านเมืองน้อยใหญ่ริมทะเลสาบ  สู่จุดหมายปลายทาง ณ เมือง สเตรซ่า Stresa (ระยะทาง 133 กม./ 2 ชม.) เมืองริมทะเลสาบมัจจิออเร่บรรยากาศดี โดยรายการวันนี้ จะนำท่านผ่อนคลายแบบสบายๆ ไปกับบรรยากาศของทะเลสาบ, เกาะกลางน้ำและวิลล่าที่มีสวยแสนสวย
นำท่านสู่ ท่าเรือ เพื่อ ล่องเรือ สู่ เกาะ Isola Bella เกาะกลางทะเลสาบมัจจิออเร่ เพื่อนำท่าน เข้าชม Palazzo Borromeo ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Isola Bella โดยปราสาทแห่งนี้เป็นของตระกูลบอร์โรมิโออันยิ่งใหญ่และมีหน้ามีตาในหมู่ชนชั้นสูง หลายคนในตระกูลมีตำแหน่งสำคัญทั้งในศาสนจักรและทางการเมือง โดยปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นประมาณศตวรรษที่ 17 ตามคำสั่งของ “คาร์ลอส บอร์โรมิโอ ที่ 3” เพื่อที่จะต้องการสร้างปราสาทให้กับภรรยาอันเป็นที่รักจึงได้เลือกเกาะกลางทะเลสาบแห่งนี้ แต่แล้วก็สร้างไม่เสร็จเนื่องจากเกิดโรคระบาด รุ่นหลานๆ จึงมาสร้างต่อ ทำให้มาแล้วเสร็จในศตวรร ษที่ 18 ปี ค.ศ 1761 ปลายศตวรรษที่ 19 เริ่มเปิดให้คนนอกเข้าเยี่ยมชม ซึ่งนโปเลียน ที่ 1  และมเหสีโจเซฟินก็เคยมาเยี่ยมชมปราสาทแห่งนี้
ไฮไลท์อยู่ที่ สวนสไตล์บาร๊อค ที่ประดับประดาไปด้วยรูปปั้นวิจิตร ดอกไม้สีสันสดใส (ตามฤดู) มีการสร้างแบ่งระดับและในการแต่งสวนและประดับรูปปั้น มีลานชมวิวด้านบนที่สามารถบันทึกภาพ  สวนกับทะเลสาบได้อย่างงดงาม อิสระท่านเก็บภาพตามอัธยาศัย หามุมสวยถ่ายรูปอย่างเต็มอิ่ม (ด้านในปราสาทไม่อนุญาตให้ถ่ายรูป) จนกระทั่งสมควรแก่เวลา นำท่าน ล่องเรือ กลับสู่ฝั่ง 
** หมายเหตุ ** หากกรณี Palazzo Borromeo บนเกาะ Isola Bella ปิดทำการ ทางบริษัทจะเปลี่ยนล่องเรือไปที่เกาะ Isola dei Pescatori แทน เพื่อให้ท่านได้เดินเล่นชมบรรยากาศของบ้านเรือนแสนเก๋ที่ท่านจะประทับใจ จึงขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่เมือง มิลาน Milan (ระยะทาง 88 กม./ 1.15 ชม.) หรือ มิลาโน่ มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่น ศิลปะ และเครื่องหนัง เป็นเมืองแห่งแฟชั่นสำคัญเมืองหนึ่งของโลก ในลักษณะเดียวกับ นิวยอร์ก ปารีส ลอนดอน “มิลาน” เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดียในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มี ประชากรประมาณ 1,308,500 คน และมีชื่อเสียงเกี่ยวกับประเพณีคริสต์มาสที่เรียกว่า “ปาเนตโตเน” อุตสาหกรรม ผ้าไหม และแหล่งผลิตรถยนต์ อัลฟา โรมีโอ รวมไปถึงสโมสรฟุตบอลอินเตอร์มิลาน และสโมสรฟุตบอลเอซีมิ
นำท่าน บันทึกภาพ ดูโอโม่ DUOMO หรือ มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (เป็นโบสถ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในยุโรป) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เริ่มสร้างเมื่อเมื่อปี ค.ศ.1386 แต่งานเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ.1813 รวมระยะเวลาการก่อสร้างกว่า 427 ปี  การตกแต่งภายนอกเป็นหลังคายอดเรียวจำนวน 135 ยอด และมีรูปปั้นหินอ่อนจากทุกยุคทุกสมัยกว่า 2,245 ชิ้น บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทองขนาด 4 เมตร (13 ฟุต) ของพระแม่มาดอนน่าซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ นักประพันธ์ชาวอังกฤษ ดี เอช ลอว์เรนซ์ เรียก วิหารดูโอโม่ว่าเป็นวิหารที่สร้างเลียนแบบเม่น (เปรียบเปรย) บันทึกภาพ กับ จตุรัสอนุสาวรีย์ของกษัตริย์วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆ ในอิตาลี
ก่อนมีเวลา อิสระช้อปปิ้ง แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน บริเวณนั้นยังมี  ห้างสรรพสินค้า “ลาลินาเซนเต้” ของเครือเซ็นทรัล ศูนย์รวมสินค้าแบรนด์เนมอันทันสมัย มีสินค้ามากมายให้เลือกซื้อไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองท้า และนาฬิกา นอกจากนั้นโดยรอบยังมีแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อาทิ หลุยส์ วิตตอง,พราด้า,เฟอรากาโม่,อาร์มานี่,เวอร์ซาเช่ หรือ เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อิสระให้สำรวจสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของอิตาลีตามอัธยาศัย  เดินเลือกซื้อสินค้าหรือของฝากแก่คนทางบ้าน เก็บตกสุดท้ายก่อนเดินทางกลับไทยในวันรุ่งขึ้น
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
     ที่พัก  Hotel Sheraton Milan Malpe Airport  หรือเทียบเท่า


เสาร์ 09 พ.ค. 63
สนามบินมิลาน (อิตาลี)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
     09.00 น.  เดินทางสู่ สนามบิน มิลาน  พร้อมมีเวลาให้ท่านกระทำภาษีคืน TAX REFUND
     14.05 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 941


อาทิตย์ 10 พ.ค. 63
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
     05.55 น.  เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ

สำหรับท่านที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบ ทัวร์กรุ๊ปเล็ก l จัดทัวร์เอง ไม่ส่งต่อ l บินตรง ถึงปลายทางเร็วกว่า ไม่เสียเวลา l โรงแรม 4* เน้นทำเลในตัวเมือง สะดวกสบาย l ใช้รถคันใหญ่ 49 ที่นั่ง l อาหารจัดเต็ม เน้นเมนูพื้นเมือง เอเชีย อาหารไทย l ราคาทัวร์สมเหตุสมผล รวมทุกอย่าง เน้นคุณภาพ ไม่เน้นทัวร์ราคาถูก

PERFECT PLAN VACATION เปิดให้จองที่นั่งแล้ว รับจำกัดเพียง 20 ท่าน/กรุ๊ป เท่านั้น! คอนเฟิร์มกรุ๊ปที่ 10 ท่าน ไม่เก็บเงินเพิ่ม! ไม่ลด service! ให้ท่านเดินทางด้วยความสะดวกสบาย ไม่วุ่นวาย ไม่อึดอัด โปรแกรมทัวร์ไม่เร่งรีบ ไม่ชะโงก การันตี!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สำรองที่นั่ง :
☎️ Tel : 02-1494603 ถึง 5
📱 Tel : 095-2212396 (ตุ๊กตา), 091-1619449 (นิ่ม)
📲 LineID : @perfect_plan