• ทัวร์อิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส คลาสสิคยุโรป 11วัน

  • รหัสทัวร์ : WE-EU01B
  • ราคาเริ่มต้น : 117,900 บาท
  • สถานที่สำคัญ :
  • กำหนดการเดินทาง :
    30พ.ย. - 10ธ.ค. 62

ทัวร์อิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส คลาสสิคยุโรป 11วัน

ทัวร์ยุโรป เที่ยวยุโรป ทัวร์อิตาลี ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ทัวร์ฝรั่งเศส ทัวร์กรุ๊ปเล็ก ทัวร์จัดเอง ไม่ส่งต่อ  

  เที่ยว กรุงโรม ชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์, สนามกีฬาโคลอสเซียม, น้ำพุเทรวี่  
  นั่งรถไฟ ชมอุทยานแห่งชาติ ชิงเกว แตร์เร “ดินแดน 5 หมู่บ้าน” ชมหมู่บ้านติดหน้าผาริมฝั่งหลากสีสัน 
  เก็บครบ ทุกเมืองไฮไลท์ในอิตาลีที่ต้องไปอย่าง ฟลอเรนซ์, ปิซ่า, เกาะเวนิซ พิเศษ ! แถม ล่องเรือ กอนโดล่า
  
พิชิต ยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe โดยรถไฟฟันเฟือง พร้อมสนุกสนานกับ ลานหิมะ และ ถ้ำน้ำแข็ง 
  UNSEEN ! หมู่บ้านฝรั่งเศสขนานแท้แคว้นอัลซาส สวยติดอันดับโลก ริคเวียร์ และกอลมาร์
  นั่งรถไฟ TGV สู่ปารีส ชมภูมิประเทศอันสวยงามของฝรั่งเศส ระยะทางเกือบ 500 ก.ม. ใช้เวลาไม่เกิน 2 ชม.
  HILIGHT !!  ล่องเรือ แม่น้ำแซนน์ ชมความงดงามของ 2 ฝากฝั่งอันแสนโรแมนติกของมหานครปารีส
  โรงแรม 4ดาว*น้นในเมือง พักสะดวก เดินเล่นสบาย พัก 2 คืน ใน มหานครปารีส เที่ยวครบ เที่ยวคุ้ม สะดวกสบาย

เสาร์ 30 พ.ย. 62
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
    21.00 น.  คณะพร้อมกันที่ สนามบิน สุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้า หมายเลข 2 เคาน์เตอร์ D  สายการบินไทย สังเกตุป้ายบริษัท PERFECT PLAN VACATION พบเจ้าหน้าที่ คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง


อาทิตย์ 01 ธ.ค.62
โรม (อิตาลี) • มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ • โคลอสเซียม (ด้านนอก) • น้ำพุเทรวี่ • ฟลอเรนซ์
     00.01 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงโรม โดยเที่ยวบินที่ TG 944
   06.00 น. เดินทางถึง สนามบินฟิอูมิชิโน ประเทศอิตาลี ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและรับสัมภาระเรียบร้อย
จากนั้นนำท่านสู่เขตของนครวาติกัน ซึ่งเป็นรัฐอิสระและศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก นำท่านชม มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ St.Peter Basilica มหาวิหารแห่งนครรัฐวาติกันที่งดงามด้วยศิลปะในยุคเรเนซองส์และยังได้รับการตกแต่งอย่างโอ่อ่าและหรูหรา
ชมรูปปั้นและจิตรกรรมอันล้ำค่าโดยฝีมือของจิตรกรเอกชื่อดังก้องโลก ชมรูปแกะสลักปิเอต้าที่พระแม่ประคองร่างพระเยซูหลังปลดลงจากไม้กางเขนผลงานชิ้นเอกของ “ไมเคิล แองเจลโล” นอกจากนั้นตรงกลางของวิหารยังมีเสาพลับพลาที่ออกแบบโดยแบร์นีนี และยอดโดมขนาดใหญ่ที่หาชมได้ยาก ซึ่งปัจจุบันล้วนแต่เป็นสิ่งล้ำค่าของประเทศอิตาลี ก่อนมีเวลาให้ท่าน ถ่ายรูป กับ จัตุรัสหน้าวิหารเซนต์ปีเตอร์ Saint Peter’s Basilica ที่ท่านอาจเคยเห็นจากการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ในช่วงเวลาสำคัญๆ ของคาทอลิก
หมายเหตุ  ในกรณีที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์มีการประกอบพิธีสำคัญหรือนักท่องเที่ยวเยอะและทำให้แถวยาวมาก ขออนุญาตนำท่านถ่ายรูปเฉพาะบริเวณด้านหน้าจัตุรัสแทน เพื่อไม่ให้เป็นการกระทบกับรายการท่องเที่ยว ทั้งนี้ทางหัวหน้าทัวร์จะพยายามจัดสรรเส้นทาง โดยคำนึงถึงความเหมาะสมให้มากที่สุด
นำท่านชม กรุงโรม ผ่านชม อนุสาวรีย์กษัตริย์วิค ตอริโอ เอ็มมานูเอลที่ 2 และ จตุรัสเวเนเซีย ซึ่งมีอาคารซึ่งเคยเป็นศุนย์บัญชาการของมุโสลินี เข้าสู่เขตซากปรักหักพังประวัติศาสตร์ โรมันฟอรั่ม จุดศูนย์รวมของชาวโรมันโบราณ อันเป็นที่ตั้งของวิหารเทพเจ้าและสนามกีฬาโบราณ
นำท่านบันทึกภาพด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซี่ยม Colosseum สิ่งก่อสร้างที่เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ซึ่งเป็นสนามกีฬายักษ์ที่จุคนได้กว่า 50,000 คน ใกล้กันยังเป็นที่ตั้งของ ประตูชัยคอนสแตนติน Arco di Costantino สัญลักษณ์แห่งชัยชนะ และที่มาของถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม
ก่อนนำท่านสู่บริเวณ น้ำพุเทรวี่ Trevi Fountain หนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญของกรุงโรม  สถานที่นักท่องเที่ยวมาโยนเหรียญ  เสี่ยงทายตามเรื่องราวจากภาพยนตร์เรื่อง Three Coins in The Fountain ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทร อิสระให้ท่านได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก
หมายเหตุ  ในกรณีเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อาทิ รถติด, ไฟล์ทดีเลย์ ฯลฯ แล้วทำให้เที่ยวชมรายการในช่วงเช้าไม่ครบ ช่วงบ่ายยังมีเวลาเผื่อให้กับสถานที่ที่ไปไม่ทันในช่วงเช้า แต่ถ้าหากได้ชมครบตามรายการ เราจะพาท่านเที่ยวชมสถานที่อื่นเพิ่มเติม อาทิ วิหารพาธีออน, จตุรัสนาโวน่า หรือ บันไดสเปน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเวลา
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ ฟลอเรนซ์ Florence (ระยะทาง 273 กม./ 4 ชม) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญและมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่  สวยงามจนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กร UNESCO เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  MEDITERRANEO FLORENCE – ITALY  (หรือเทียบเท่า) โรงแรมริมแม่น้ำอาร์โน ทำเลดีอยู่ในเมือง สามารถเดินไปชมเมืองเก่าฟลอเรนซ์ได้สบายมาก (8-10 นาที)


จันทร์ 02 ธ.ค.62 
ปิซ่า • หอเอนปิซ่า • ลา สเปเซีย • นั่งรถไฟเลาะชายฝั่งเที่ยวชิงเกว แตร์เร UNESCO ปาร์ม่า
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อสู่  เมืองปิซ่า Pisa (ระยะทาง 86 กม./ 1.30 ชม.) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศอิตาลี และเป็นเมืองหลักสำคัญในเขตแคว้นทัสคานี และได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1987 เมืองแห่งนี้เป็นอดีตเมืองท่าเรือชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นที่ตั้งของหอเอนปิซ่า นำท่านชม จัตุรัสกัมโป เดย์ มิราโกลี หรือ จัตุรัสดูโอโม่ คือบริเวณที่ล้อมรอบด้วยกำแพงใจกลางเมืองปิซ่า และเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และท่านจะได้พบกับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั่นก็คือ “หอเอนปิซ่า” ให้เวลาท่านเดินเล่นถ่ายรูป หอเอนปิซ่า ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นหอระฆังแห่งวิหารประจำเมือง แต่เพียงการเริ่มต้นของการสร้างถึงบริเวณชั้น 3 ก็เกิดการทรุดตัวและต้องหยุดการก่อสร้างจนถัดมาอีกร่วม 100 ปี ถึงได้สร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์และยังเป็นสถานที่กาลิเลโอ เคยมาพิสูจน์เรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกและการตกของวัตถุด้วย
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ สถานีรถไฟ ลา สเปเซีย พาท่านเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ นั่งรถไฟ เที่ยวชม อุทยานแห่งชาติ ชิงเกว่ แตร์เร Cinque Terre อันเป็นสถานที่รวบรวมหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีมนต์เสน่ห์ยิ่งของอิตาลี ได้รับการยกย่องจากหลายๆ สำนักให้เป็นหมู่บ้านที่ติดอันดับสวยที่สุดในโลก โดยเฉพาะหมู่บ้านอย่าง Monarola ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลริเวียร่าของอิตาลี
คำว่า CINQUE TERRE มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ UNESCO อีกด้วย
หมายเหตุ  การเที่ยวชมหมู่บ้านต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติ ชิงเกว่ แตร์เร จำเป็นต้องนั่งรถไฟเข้าไปในแต่ละสถานีของหมู่บ้าน และเดินเท้าเข้าไปต่อ ซึ่งเราจะเลือกหมู่บ้านที่มีความสวยงามที่สุด 2-3 หมู่บ้านให้ท่านได้เที่ยวชม เพื่อให้ท่านไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่รอบเวลา , เส้นทางของรถไฟ และสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย  แนะนำให้นำแต่สัมภาระที่จำเป็นติดตัวไป กระเป๋าใบใหญ่และของใช้อื่นๆ จะฝากไว้ที่รถโค้ช สำหรับวันนี้จะเป็นวันที่เดินขึ้นที่ราบสลับสูง-ต่ำ เดินไม่ยาก แนะนำให้ใส่รองเท้าผ้าใบที่สะดวก
สมควรแก่เวลานำท่านนั่งรถไฟกลับสู่ สถานีลา สเปเซีย จากนั้นนำท่านสู่เมือง ปาร์ม่า Parma (ระยะทาง 152 กม./ 2.15 ชม.) อีกหนึ่งเมืองเอกของแคว้นอามิเลีย-โรมาย่า ที่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันและเป็นเมืองแห่งต้นกำเนิด “ปาร์ม่าแฮม” อันเลื่องชื่อ และเป็นเมืองที่มีฉายาว่า “ครัวของประเทศ” เพราะมีหลากหลายเมนูอาหารที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่นี่  
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  NH Parma – ITALY (หรือเทียบเท่า)  โรงแรมทำเลดีในเมือง ใกล้กับสถานีที่เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร สามารถเดินเล่นไปเมืองเก่าได้


อังคาร 03 ธ.ค.62
เวนิซ เกาะเวนิซ จตุรัสเซนต์มาร์ค ล่องเรือกอนโดล่า ช้อปปิ้ง • เวนิสเมสเตร้
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง เวนิซ เมสเตร Venice Mestre (ระยะทาง 240 กม./ 3.15 ชม.) ราชินีแห่งทะเลเอเดียตริก เมืองหลวงของแคว้น Veneto เป็นแคว้นที่มีความมั่งคั่งและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมมากที่สุดในประเทศอิตาลี และยังเป็นแคว้นหนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวมาพักผ่อนมากที่สุดอีกด้วยว่ากันว่ามีนักท่องเที่ยวมาเยือนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านคนในทุกๆปี และยังถือเป็นอีกหนึ่งเมืองที่ได้รับการจัดอันดับจากหลายๆสำนักพิมพ์ให้ครองตำแหน่ง “เมืองที่โรแมนติคที่สุดในโลก” 
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตรอนเคตโต้ Tronchetto เพื่อ ล่องเรือ สู่ เกาะเวนิซ Venice เมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 40 แห่ง จนกระทั่งเรือนำท่านเข้าสู่ เกาะซานมาร์โค San Marco ศูนย์กลางของนครเวนิซ
นำท่าน ผ่านชม  สะพานถอนหายใจ Bridge of Sighs ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge’s Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางการปกครองแค้วนในยุคสมัยนั้นอีกด้วย
ชม จัตุรัสเซนต์มาร์ค Piazza di San Marco เป็นที่ตั้งของ พระราชวังเดิม หรือ Doge Palace นครเวนิสใน อดีตมีความเจริญรุ่งเรืองเมื่อครั้งทำการค้ากับตะวันออกไกล ชมสถาปัตยกรรมอันงดงามแบบไบแซนไทน์ ณ มหาวิหารเซนต์มาร์ค, หอระฆัง, เสาแห่งนักบุญ, อาคารรายระเบียงที่แม้แต่นโปเลียนยังหลงใหล 
พิเศษสำหรับทริปนี้ นำท่าน ล่องเรือกอนโดล่า พาหนะอันเป็น สัญลักษณ์ของชาวเวนิส เราจะนำท่านสัมผัสบรรยากาศแห่งเวนิสด้วยการล่องเรือพาย ล่องไปตามคลองน้อยใหญ่สลับด้วยบ้านเรือนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสู่แกรนด์คาแนล เป็นคลองที่กว้างที่สุดของเกาะ มีสะพานเรียลอัลโต้ทอดตัวข้ามสัญจรไปมา (นั่งได้ลำละ 6 ท่าน ซึ่งทางหัวหน้าทัวร์จะจัดสรรค์ให้ ใช้เวลาล่องประมาณ 20 – 25 นาที) 
จากนั้นมีเวลา อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก หรือ ท่านสามารถช้อปปิ้งสินค้าของเมือง  อาทิ ผ้าลูกไม้, เครื่องแก้วมูราโน่ สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Gucci, Channel, Prada, Louis Vitton ฯลฯ หรือจิบกาแฟในร้าน Cafe Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1720 ท่ามกลางบรรยากาศอันแสนโรแมนติก
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก  NH Laguna Palace – ITALY (หรือเทียบเท่า)


พุธ 04 ธ.ค.62
โคโม่ • ล่องเรือทะเลสาบโคโม่ • อินเทอลาเค่น (สวิตเซอร์แลนด์)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง โคโม่ Como (ระยะทาง 311 ก.ม./ 4.30 ชม.) ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่ 146 ตารางกิโลเมตร ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยงามที่สุดและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิตาลี รองจากทะเลสาบการ์ดาและทะเลสาบมัจจอเร ความมีเสน่ห์อีก 1 เสน่ห์ของทะเลสาบแห่งนี้ คือ“วิลล่า”บ้านพักตากอากาศอันหรูหราเรียง  รายรอบๆ ทะเลสาบโคโม ซึ่งทำเลรอบๆทะเลสาบถือเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับเศรษฐีร่ำรวยและชนชั้นสูงมาตั้งแต่ยุคโรมันโบราณจวบจนถึงปัจจุบัน จนกลายเป็นศูนย์รวมชนชั้นสูงและบุคคลมีชื่อเสียงของยุโรป ให้ท่านได้ชื่นชมธรรมชาติช่วงเช้าในระหว่างเดินทาง 
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
หลังรับประทานอาหาร นำท่าน ล่องเรือ ชมวิวทะเลสาบโคโม่ (ใช้เวลาล่องเรือ 40 นาที) ชมความงดงามของบรรยากาศรอบทะเลสาบ หลายจุดบนชายฝั่งเป็นช่องเขาแคบและหน้าผาที่สวยงาม สลับกับบรรดาวิลล่าของมหาเศรษฐีและคนดังต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบันสวยงามมาก ซึ่งสภาพของทะเลสาบโคโม่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งและทิ้งน้ำไว้จำนวนมากเมื่ออุณหภูมิของโลกเริ่มอบอุ่นขึ้น จนกลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของอิตาลี และลึกที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป 
จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปตามเส้นทางที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ ผ่านพรมแดนระหว่างประเทศอิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติระว่างทาง ที่ได้ชื่อว่า “สวยที่สุด” ผ่านบรรดาเมืองสกีรีสอร์ทที่สวยงามหลายแห่ง เพื่อนำท่านเดินทางสู่เมือง อินเทอลาเค่น Interlaken (ระยะทาง 216 กม./ 3.15) เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ บรรยากาศสวยงามพร้อมทะเลสาบ 2 แห่ง ขนาบระหว่างเมือง
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  ต้อนรับท่านสู่สวิส ด้วยเมนู ฟองดูคอมโบ ที่มีทั้ง ฟองดูชีส, ฟองดูหมูและไก่ ตบท้ายด้วยฟองดูช๊อกโกแลต พร้อมซอสจิ้มและเครื่องเคียงอย่างสลัด
    ที่พัก Metropole – SWITZERLAND (หรือเทียบเท่า)  โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Hoeweg ใจกลางเมือง มีทั้งร้านช้อปปิ้ง ร้านอาหาร และวิวของขุนเขา


พฤหัสฯ 05 ธ.ค.62 
กรินเดลวาลด์ ยอดเขาจุงเฟรา Top of Europe ทะเลสาบ Blausee • อินเทอลาเค่น
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ สถานีกรินเดอวาลด์ จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวยอดเขาจุงเฟรา ในปี 2001 โดย UNESCO ประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำท่านสู่ สถานีรถไฟฟันเฟือง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ นั่งรถไฟฟันเฟือง ผ่านชม แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติของ JUNGFRAUBAHN ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟรา ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น TOP OF EUROPE ระหว่างเส้นทาง นำท่านสู่ยอดเขา แวะชม กลาเซียร์ หรือ ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ จนถึงสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรปบนสถานีปลายทาง จุงฟราวบาห์น 
นำคณะเพลิดเพลินและสนุกสนานไปกับการเล่นหิมะในลานกว้าง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละเดือน) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป มองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร ชมถ้ำน้ำแข็ง ที่แกะสลักให้สวยงามอยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย  อิสระให้ท่านได้สนุกสนานและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขาจุงเฟรา และไม่ ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ด โดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป 
หมายเหตุ  การพิชิตยอดเขาจุงเฟรา เวลาอยู่ข้างบนยอดเขา ท่านอาจจะเหนื่อยและเพลียมากกว่าปกติ ด้วยสภาพ อากาศที่น้อย พยายามอย่าออกแรงเยอะ
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  บนยอดเขา
หลังรับประทานอาหาร นำท่าน นั่งรถไฟ กลับสู่สถานีเบื้องล่าง ระหว่างนั่งรถไฟลงท่านจะเห็นความสวยงามของเทือกเขาและธรรมชาติ จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบบลาวซี Blausee (ระยะทาง 46 ก.ม./ 45 นาที) ทะเลสาบน้ำใสสีเทอควอยซ์ จุดเด่นของทะเลสาบเล็กอันนี้คือความสวยใสถึงขนาดเห็นปลาเทราซ์ที่แหวกว่ายอยู่ในบ่อน้ำแห่งนี้ โดยทางเอกชนได้เพาะพันธ์ปลาไว้และเปิดให้นักตกปลาได้เข้ามาตกได้ อิสระท่านหามุมสวยๆ ถ่ายภาพ
แล้วนำท่านกลับสู่ อินเทอลาเค่น Interlaken (ระยะทาง 35 กม./ 45 นาที) ก่อนมีเวลาให้ท่านได้ อิสระเลือกซื้อสินค้าสวิสฯ  อาทิเช่น นาฬิกาแบรนด์เนมชื่อดัง, มีดพับ, ช็อคโกแลต, กระเป๋า, รองเท้า, แว่นตา นาฬิกาสวิส อาทิ ROLEX, PANERAI,  OMEGA, IWC, PATEK  PHILLIP เป็นต้น หรือ ท่านสามารถเลือกเดินเล่นผ่อนคลายอริยาบทสบายๆ สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นของสวิสให้เต็มปอด 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Metropole – SWITZERLAND  (หรือเทียบเท่า)


ศุกร์ 06 ธ.ค.62
กอลมาร์ (ฝรั่งเศส) • หมู่บ้านริคเวียร์ • สตาร์บูร์ก • ย่านเมืองเก่า
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฝรั่งเศส เข้าสู่เมือง กอลมาร์ Colmar ( 231 ก.ม./ 3.30 ชม.) เมืองเล็กๆ อันเป็นเมืองบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์ “มาร์ติน โชนเกาเออร์” และประติมากร “เฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดี” ผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นเมืองที่มีความโรแมนติกเมืองหนึ่งของฝรั่งเศส 
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน เดินชมเมืองกอลมาร์ ดินแดนแห่งความงาม ที่มีตึกราบ้านช่องสวยงามมีจุดเด่นอยู่ที่ความงามของดอกไม้ ที่มีอยู่ทั่วเมือง จัดเป็นอีกเมืองที่ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติกจนได้รับการขนานนามว่า “ลิตเติ้ลเวนิซ” ปัจจุบันเมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นเมืองที่น่ามาเยือนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ มีบ้านเรือนที่สวยงาม และได้รับการดูแลรักษาไว้เป็นอย่างดี บ้านเรือนแบบนี้ เรียกว่า Colombage (ฝรั่งเศส) หรือ Fachwerkhaus (เยอรมัน) อิสระท่านเดินพักผ่อนเก็บภาพความสวยงามของเมือง
นำท่านสู่เมือง ริคเวีย Riquewihr (ระยะทาง 15 ก.ม./ 15 นาที) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์ เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของแคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก Unesco อีกด้วย นำท่าน เดินชมบ้านเรือน ที่อยู่ในหุบเขาล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์ โดยเฉพาะช่วงเดือน  เม.ย-พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงามยิ่งนัก 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง สตราสบูร์ก Strasbourg (ระยะทาง 73 ก.ม./ 1 ชม.) เมืองมรดกโลกด้าน  มนุษยชาติขององค์การยูเนสโก เป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นอัลซาส (Alsace) แห่งฝรั่งเศส เป็นเมืองที่เรียกได้ว่ามี 2 วัฒนธรรมคือ ฝรั่งเศสและเยอรมัน เนื่องจากผลัดกันอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 ประเทศนี้สลับกันไปมาสตราสบูร์กเป็นเมืองใหญ่มีสถาปัตยกรรมสมัยโบราณเป็นร่องรอยประวัติศาสตร์ให้ชาวเมืองปัจจุบันได้ชื่นชม 
นำท่าน เดินเล่นบริเวณย่านเมืองเก่า ที่เรียกว่า LE PETITE FRANCE ชม จัตุรัสเกลแบร์ Place Kleber จัตุรัสที่ มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่บริเวณใจกลางของเมืองสตราสบูร์ก โดยภายในจัตุรัสยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้น ช็อง แบ๊บติสต์ เกลแบร์ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในช่วงสงครามการปฏิวัติของประเทศฝรั่งเศส นำท่าน บันทึกภาพด้านนอก มหาวิหารแห่งสตราสบูร์ก Cathedrale Notre Dame de Strasbourg คริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก มีความสูงอยู่ที่ 142 เมตร ซึ่งถูกสร้างขึ้นระหว่างปี 1176-1439 สร้างด้วยหินทรายสีชมพูโดดเด่นเห็นแต่ไกล ถือเป็นโบสถ์ที่สูงที่สุดในประเทศฝรั่งเศส
อิสระให้ท่านได้เดินเล่น หรือหากมีเวลาท่านสามารถช้อปปิ้งห้างแกลลอรี่ ลา ฟาแยต, ห้าง FNAC, ห้างแพลงตอง, H&M, Uniqlo, Foot Locker, Super Dry หรือแบรนด์เนมอย่าง Louis Vitton, Hermes หากไม่ทันสามารถไปช้อปปิ้งที่ปารีสได้
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 
    ที่พัก Boma Hotel Nouvelle Generation – FRANCE  (หรือเทียบเท่า)


เสาร์ 07 ธ.ค.62
นั่งรถไฟ TGV • ปารีส • DUTY FREE • ช้อปปิ้ง
     ช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านสู่ สถานีรถไฟ เพื่อคณะเปิดประสบการณ์การการเดินทางโดย รถไฟ TGV รถไฟความเร็วสูงของฝรั่งเศส เพื่อเดินทางสู่ มหานครปารีส Paris นครซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองหลวงด้านแฟชั่นของโลกรถไฟ หลังจากรถไฟออกจากสถานี ท่านจะผ่านชมความสวยงามของทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่และบรรยากาศชนบทของประเทศฝรั่งเศส จนกระทั่งรถไฟเดินทางถึง สถานีปารีส กาค์ เดอ ลียง Paris Gare de Lyon ซึ่งรถไฟ TGV ใช้เวลาในการเดินทางแค่ 1 ชม. 45 นาที กับระยะทาง 492 กิโลเมตร เป็นการประหยัดเวลาในการเดินทางอย่างมาก สมกับที่สุดแห่งรถไฟด่วนอันดับต้นของโลก
หมายเหตุ  เมื่อคณะเดินทางถึงปารีส จะมีรถบัสอีกคันพาคณะเที่ยวตามรายการจนกระทั่งจบวัน ส่วนรถบัสคันที่คณะใช้โดยสารเป็นหลักจะวิ่งตามมาพบกับคณะในช่วงค่ำ ณ โรงแรมที่พัก กรุณาเตรียมสัมภาระที่จำเป็นและทรัพย์สินมีค่าติดตัวไประหว่างเดินทางโดยรถไฟ ส่วนกระเป๋าใบใหญ่จะไปกับรถบัสคันหลัก  
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านสู่ ร้านน้ำหอมปลอดภาษี เพื่อให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆ มากมาย อาทิเช่น เครื่องสำอาง และน้ำหอม  คุณภาพแท้จากฝรั่งเศส, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนัง, กระเป๋า LONGCHAMP และเครื่องหนังอื่นๆ รวมทั้ง เสื้อผ้า BRAND NAME จากนั้นช่วงบ่ายมีเวลา อิสระให้ท่านช้อปปิ้งบริเวณย่านช้อปปิ้ง ถนนบูลลาวาร์ดโฮสมานน์  Boulevard Haussman อันเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ห้างแกลเลอรี่ ลาฟาแยต Galleries Lafayette ห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส เป็นห้างเก่าแก่อยู่คู่ฝรั่งเศสมาตั้งแต่ปี 1893 ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะสาขาถนนโฮสมานน์นั้นถือเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุด ภายในห้างจะมีสินค้าแบรนด์เนมมากมายหลากหลายยี่ห้อ อาทิ  Louis Vuitton, Chanel, Gucci, Christian Dior ฯลฯ พร้อมกระนั้นทางห้างยังอำนวยความสะดวกให้ท่านกระทำภาษีคืนได้หลังจากช้อปปิ้งเสร็จ โดยจัดเตรียมเคาเตอร์ เพื่อบริการนักท่องเที่ยวชาวไทยโดยเฉพาะ (ในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวต่อแถวกระทำภาษียาว ท่านสามารถนำเอกสารไปกระทำภาษีที่สนามบินได้)
หมายเหตุ  ร้านแบรนด์ต้องเสียเวลาในการต่อคิว เราพยามยามเผื่อเวลาให้เหมาะสมกับการช้อปปิ้งให้มากที่สุด  สำหรับท่านที่ไม่ใช่ขาช้อป อยากแยกไปชมตามสถานที่ต่างๆ สามารถขอข้อมูลได้กับทางหัวหน้าทัวร์ 
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Renaissance Paris La Defence – FRANCE (หรือเทียบเท่า)  โรงแรมอยู่ใกล้กับประตูชัยลา เดอ ฟรองค์ และมีซุเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ Auchon (ปิด21.30) มีสถานีรถไฟซึ่งนั่งไปถนนชองเอลิเซ่เพียงแค่ 4 ป้าย


อาทิตย์ 08 ธ.ค.62
พระราชวังแวร์ซายย์ • จตุรัสคองคอร์ด • หอไอเฟิล • ล่องเรือแม่น้ำแซนน์
     ช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังแวร์ซายส์ Versaille Palace (ระยะทาง 22ก.ม./ 30 นาที) ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองกรุงปารีส เพื่อเข้าชมความงดงามของพระราชวังแวร์ซายส์ อันยิ่งใหญ่ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายในพระราชวัง)    ที่สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรอลังการ ทั้งจิตรกรรมฝาผนัง   รูปปั้น รูปแกะสลักและเครื่องเรือน ซึ่งเป็นการใช้เงินอย่างมหาศาล 
พาท่านชมห้องต่างๆ ของพระราชวัง เช่น  โบสถ์หลวงประจาพระราชวัง,ท้องพระโรงที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจง, ห้องอพอลโล, ห้องเมอคิวรี่, ห้องกระจก (Hall of Mirror) ที่มีความยาวถึง 73 เมตร ซึ่งเป็นห้องที่พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตไทยสมัยพระนารายณ์มหาราชเคยเข้าถวายสาส์นต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส อีกทั้งยังเป็นห้องที่ใช้สาหรับจัดงานเลี้ยงและเต้นราของพระนางมารีอังตัวแนตต์ มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16, ชมห้องบรรทมพระราชินีที่ตกแต่งอย่างงดงาม, ภาพเขียนปราบดาภิเษกของจักรพรรดินโปเลียนที่ยิ่งใหญ่
     กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่าน นั่งรถชมความงามของมหานครปารีส (แวะจอดให้ถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ตามความเหมาะสม) เริ่มจาก  ผ่านชม ประตูชัยฝรั่งเศส Arc de Triomphe de L’Etoile สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของนโปเลียน ผ่านชม สองฟากฝั่งถนนชองป์เซลิเซ่ Champs Elysees ต้นแบบถนนราชดำเนินของไทย ซึ่งเต็มไปด้วยคาเฟ่ และร้านค้าขายของดีราคาแพงจากดีไซเนอร์ชื่อก้องโลก 
หลังจากนั้นนำท่านสู่ จัตุรัสคองคอร์ด Place de la Concorde สถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสและยุโรป เป็นลานประหารที่ตั้งกิโยตินซึ่งคร่าชีวิตผู้คนนับพันในสมัยปฏิวัติฝรั่งเศสปี ค.ศ.1789 จากนั้นนำท่าน บันทึกภาพ หอไอเฟิล Eiffel Tower  อีกจุดแลนด์ที่สวยที่สุดในปารีส สัญลักษณ์ของนครปารีสเลิศหรูอลังการและโรแมนติคเป็นหอสูงสร้างด้วยโครงเหล็กทั้งหมด โดยชาวฝรั่งเศสชื่อ “กุสตาฟ เอฟเฟล”มีความสูง 984 ฟุต ใช้เหล็กทั้งหมด 7 พันตัน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2413 เพื่อเป็นประติมากรรมฉลองครบรอบ 100  ปีหลังการปฏิวัติฝรั่งเศส อีกไม่กี่สิบปีต่อมาหอเหล็กสูง 324 เมตร น้ำหนัก 10,000 ตันนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของปารีสและของโลก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือเพื่อ ล่องเรือแม่น้ำแซนน์ Seine River ชมวิวทิวทัศน์กันบนดาดฟ้าเรือชื่นชมความงามของ  ทัศนียภาพของนครปารีส ชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถาน และอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีสได้ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น สะพานอเล็กซานเดอร์, ศาลาว่าการ, จัตุรัสคองคอร์ด, โรงกษาปณ์, เกาะอิลเดอลาซิเต้  ถือเป็นอีก 1 ประสบการณ์ในการท่องเที่ยวกรุงปารีสที่สวยและห้ามพลาด
     ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
    ที่พัก Renaissance Paris La Defence – FRANCE (หรือเทียบเท่า)  


จันทร์ 09 ธ.ค.62 
สนามบินชาร์ล เดอโกล (ฝรั่งเศส)
     เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
     09.00 น.  เดินทางสู่สนามบิน ชาร์ล เดอ โกล  พร้อมมีเวลาให้ท่านกระทำภาษีคืน TAX REFUND
     13.40 น.  ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 931


อังคาร 10 ธ.ค.62 
สนามบินสุวรรณภูมิ (กรุงเทพฯ)
   06.00 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารชั้น 2 โดยสวัสดิภาพ

สำหรับท่านที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบ ทัวร์กรุ๊ปเล็ก l จัดทัวร์เอง ไม่ส่งต่อ l บินตรง ถึงปลายทางเร็วกว่า ไม่เสียเวลา l โรงแรม 4* เน้นทำเลในตัวเมือง สะดวกสบาย l ใช้รถคันใหญ่ 49 ที่นั่ง l อาหารจัดเต็ม เน้นเมนูพื้นเมือง เอเชีย อาหารไทย l ราคาทัวร์สมเหตุสมผล รวมทุกอย่าง เน้นคุณภาพ ไม่เน้นทัวร์ราคาถูก

PERFECT PLAN VACATION เปิดให้จองที่นั่งแล้ว รับจำกัดเพียง 20 ท่าน/กรุ๊ป เท่านั้น! คอนเฟิร์มกรุ๊ปที่ 10 ท่าน ไม่เก็บเงินเพิ่ม! ไม่ลด service! ให้ท่านเดินทางด้วยความสะดวกสบาย ไม่วุ่นวาย ไม่อึดอัด โปรแกรมทัวร์ไม่เร่งรีบ ไม่ชะโงก การันตี!